โตเกียวมารีนประกันชีวิตเพิ่มทุน 3 พันลบ. ปรับพอร์ทลงทุนเน้นหุ้นตปท. แตะ 7% หุ้นกู้เป็น 15%
บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) ประกาศเพิ่มทุนครั้งใหญ่ 3,300 ล้านบาท เสริมศักยภาพการแข่งขัน พร้อมปรับกลยุทธ์การลงทุนเพิ่มลงทุนในหุ้นเป็น 7% เพิ่มสัดส่วนหุ้นกู้เอกชนเป็น 15% คาดเพิ่มผลตอบแทนเป็น 3.8% - 4.0% ปี6 9ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับแตะ 10,900 ล้านบาท ขยายตัว 4%
มร.ทาคาชิ ไซโตะ กรรมการผู้จัดการ บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่าบริษัทได้ประกาศเพิ่มทุนอีก 3,300 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนรวมหลังการเพิ่มทุนอยู่ที่ 5,582,625,030 บาท โดยการเพิ่มทุนเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568
โดยวัตถุประสงค์หลักของการเพิ่มทุนมีด้วยกัน 3 ประการ คือ
1. สร้างความพร้อมในการขยายธุรกิจ และรองรับความเสี่ยงใหม่ เนื่องจากบริษัทพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีเงินทุนเพียงพอในการรองรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง แม้จะเผชิญความท้าทายในตลาด แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าใหม่ๆ ที่ดีให้แก่ลูกค้า โดยมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นรากฐาน
2. เสริมสร้างฐานะทางการเงิน ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ การเพิ่มทุนเชิงรุกในครั้งนี้มิได้เกิดจากความจำเป็นระยะสั้น แต่เป็นมาตรการเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อจะรักษาเสถียรภาพและความยืดหยุ่นทางการเงินในอนาคต
3. แสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย เพราะการเพิ่มทุนไม่ใช่เพียงมาตรการทางการเงิน แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์ มองประเทศไทยเป็นพันธมิตรการเติบโตที่ยั่งยืนระยะยาว และจะส่งมอบคุณค่าที่ดีให้อย่างต่อเนื่อง
“การตัดสินใจเพิ่มทุนสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของประเทศไทย และแสดงถึงศักยภาพของโตเกียวมารีนประกันชีวิต ประเทศไทย ความไว้วางใจที่เรามุ่งมั่นรักษาไว้ต่อไปอีกกว่า 100 ปีข้างหน้าร่วมกับพันธมิตร บริษัทจะส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เราขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนที่ดีอย่างต่อเนื่อง และมุ่งหมายรอการเติบโตของโตเกียวมารีนประกันชีวิตในอนาคต” มร.ทาคาชิ ไซโตะ กล่าว
ด้าน คุณยุวดี เฉลิมศรีภิญโญรัช รองกรรมการผู้จัดการ-บริหารการเงิน กล่าวว่าผลการดำเนินงานประจำปี 2568 บริษัทมีผลประกอบการเบี้ยประกันภัยรับรวม 10,473 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันภัยรับปีแรก 1,294 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14% ,เบี้ยชำระครั้งเดียว 700 ล้านบาท เติบโตขึ้น 33% ,เบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 8,479ล้านบาท เติบโตขึ้น 4%
แม้ปี 2568 เป็นปีแรกที่ธุรกิจประกันชีวิตปรับเข้าสู่มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS17 ซึ่งโตเกียวมารีนยังคงแสดงความแข็งแกร่ง โดยมีประมาณการกำไรก่อนหักภาษี 440 ล้านบาท เติบโต 65% จากปีก่อน ส่วนในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวม 10,900 ล้านบาท เติบโต 4% แบ่งเป็นเบี้ยรับปีแรก 1,380 ล้านบาท เบี้ยชำระครั้งเดียว 420 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 9,100 ล้านบาท
ซึ่งในปี 2569 บริษัทมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลงทุนดังนี้ โดยเพิ่มการลงทุนในหุ้นจาก 2% เป็น 7% เพิ่มสัดส่วนหุ้นกู้เอกชนจาก 5% เป็น 15% ลดสัดส่วนพันธบัตรรัฐบาลจาก 85% เป็น 70%
“การปรับพอร์ตลงทุนนี้จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากประมาณ 3.0% - 3.3% เป็น 3.8% - 4.0% ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น” คุณยุวดี กล่าว
ดร. สมโพชน์ เกียรติไกรวัล ประธานที่ปรึกษาสำนักกรรมการผู้จัดการ และสายงานตัวแทน แถลงผลประกอบการช่องทางการขายผ่านตัวแทนของบริษัทมีการเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งโดยในปี 2568 ที่ผ่านมาช่องทางตัวแทนผลิตผลงานเบี้ยประกันภัยรับรวม 7,314 ล้านบาท สำหรับในปี 2569 ช่องทางการขายผ่านตัวแทน ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยปีแรก 1,100 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 6,503 ล้านบาท รวมเบี้ยประกันภัยรับรวม 7,603 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนตัวแทนให้ได้ 8,000 คน
“ทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย โดยจะมีการเปิดตัวสินค้าสุขภาพ No-Claim Bonus ซึ่งเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่ให้ส่วนลดสูงสุดถึง 30% และประกันสุขภาพเด็กแผนใหม่ในเร็วๆ นี้ ในปี 2569 นี้ บริษัทพร้อมยกระดับขีดความสามารถและภาพลักษณ์ตัวแทนโตเกียวมารีนให้ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น” ดร.สมโพชน์ กล่าว