"GCAP GOLD" ลุ้น เฟด ชี้ชะตาทองคำคืนวันพุธนี้ เตือน!! นักลงทุนตั้ง Stop Loss ป้องกันเสี่ยง
บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD จับตาผลประชุมเฟดคืนวันพุธนี้ ชี้ชะตาทองคำโลก พร้อมเตือนระวัง “เจอโรม พาวเวลล์” ส่งสัญญาณเข้มงวดทำราคาทองผันผวน ขณะที่กรณีภูมิรัฐศาสตร์เจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน หากสะดุดจะหนุนราคาทองคำพุ่ง ด้าน ฝ่ายวิเคราะห์ แนะกลยุทธ์ “รอย่อซื้อ” ย้ำนักลงทุนตั้ง Stop Loss เพื่อป้องความเสี่ยงกับภาวะที่ ผันผวน โดยให้บริเวณแนวรับ $4,175-$4,150 และหากยืนเหนือ $4,150 มีโอกาสวิ่งทดสอบ แนวต้าน $4,300
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ยังเคลื่อนไหวใกล้โซนสำคัญบริเวณ $4,200 โดยกำลังจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนวันพุธนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาทองคำรอบใหญ่ ล่าสุดตลาดได้ประเมินออกมาว่ามีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเกือบ 90% และหากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย ทั้งในแง่ของการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยและ Dot Plot ที่ยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า จะส่งผลให้กลายเป็นแรงหนุนสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาทองคำ
ขณะเดียวกัน หากเฟดไม่ลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ จะส่งผลให้กลายเป็นปัจจัยลบ ที่กดดันราคาทองคำ และกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา โดยเฉพาะหาก “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟด ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ทำให้ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวผันผวนรุนแรงในกรอบกว้างตลอดทั้งสัปดาห์ โดยมีความเสี่ยงที่จะเกิด false break ดังนั้นจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและติดตามจังหวะอย่างรอบคอบ
นอกจากนี้ ตลาดกำลังจับตาความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ต้องหาข้อสรุป อาทิ เรื่องการจัดการทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัด และสถานะความชัดเจนของดินแดนฝั่งตะวันออก โดยหากการเจรจาส่งสัญญาณสะดุด หรือมีกระแสข่าวเชิงลบออกมา ส่งผลให้จะกลายเป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำให้ปรับขึ้นแรงสองเด้ง แต่หากทิศทางสันติภาพมีความชัดเจนในเชิงบวกและสามารถบรรลุข้อตกลงได้ ส่งผลให้ราคาทองคำอาจได้รับแรงกดดันเล็กน้อยในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความผันผวนของราคาทองคำในขณะนี้
สำหรับกลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ทางฝ่ายวิเคราะห์ แนะนำ “รอย่อซื้อ” โดยมีแนวรับสำคัญที่น่าจับตาบริเวณ $4,175 และ $4,150 (ราคาทองไทยประมาณ 63,000 / 62,600 บาท) โดยหากราคาย่อตัวลงมา แต่ยังสามารถยืนเหนือระดับ $4,150 ได้ จะมีโอกาสดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านใหญ่บริเวณ $4,300 และ $4,380 อีกครั้ง (ราคาทองไทยประมาณ 64,800 / 66,000 บาท) อย่างไรก็ตาม หากราคาดีดตัวแรงรับข่าวการประกาศดอกเบี้ยของเฟดและเข้าใกล้โซนแนวต้านดังกล่าว แนะนำให้นักลงทุนเน้นขายทำกำไรเป็นรอบมากกว่าการไล่ซื้อ เพื่อลดขนาดลงทุนก่อนการแถลงของ “เจอโรม พาวเวลล์” เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดจะผันผวนรุนแรง และที่สำคัญควรวาง Stop Loss ทุกครั้ง โดยเฉพาะหากเกิดสัญญาณหลุดต่ำกว่า $4,150 (ราคาทองไทยประมาณ 62,500 บาท) ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนภาพระยะสั้นให้กลับมาเคลื่อนไหวในเชิงลบ
ยอดนิยม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 17 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในฮ่องกงและสหรัฐฯ ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 12 มิ.ย. นี้
BWG แท็กทีม “พลอยชมพู” จัดใหญ่ “ธนาคารอิ่มสุข” ครั้งที่ 12 ปลุกพลังคนสระบุรีสร้างสุข แยกขยะเพื่อโลก
CIVIL คว้างานใหม่มูลค่า 2,440.30 ลบ. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำกิ จ.น่าน
LH Bank ระดมเงินฝากสกุลดอลล์ออสเตรเลีย จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 5.00% ต่อปี