ผู้บริหาร “MMM” ซื้อหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่ม 3 ล้านหุ้นที่ราคา PO ตอกย้ำความเชื่อมั่น
บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล หรือ MMM แจ้งสำนักงานก.ล.ต. ผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้ก่อตั้ง ซื้อหุ้น 3 ล้านหุ้น เข้าพอร์ตเพิ่มหลังเข้าเทรด mai วันแรก ที่ราคาเสนอขายหุ้น PO หุ้นละ 5.50 บาท หลังจากที่ราคาหุ้นลงไปต่ำกว่าราคาจอง ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน ประกาศย้ำ
MMM คือบริษัท Service ที่เข้ามาเทรดใน Sector Property และพร้อมเร่งขับเคลื่อนธุรกิจส่งท้ายปี 2568 ผ่าน 3 โมเดลธุรกิจหลัก “Pre-AMC-โบรกเกอร์อสังหาฯ -มินิมาร์ทอสังหาฯ” ปั้นรายได้สร้างผลการดำเนินงาน “All Time High” ต่อเนื่อง หลังโชว์งบ 9 เดือนแรก ปี 68 โกยกำไรสุทธิ 102.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.84% (YoY) และรายได้จากการขายและบริการรวม 561.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.51% (YoY) สะท้อนศักยภาพความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร (แบบ 59) ปรากฏชื่อ “นายสุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล” ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้ก่อตั้ง บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM ผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ แบบครบวงจรได้ดำเนินการซื้อหุ้น MMM เข้าพอร์ต จำนวน 3,000,000 หุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 5.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินลงทุน 16.50 ล้านบาท โดยทำธุรกรรม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการเข้าทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ส่งผลให้จำนวนหุ้นที่ถือครองหลังวันทำรายการ จำนวน 8,500,000 หุ้น โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ กลุ่มนางสาวณิชา และ นายสุริยา ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ก่อตั้ง ประกาศ Lock up หุ้นทั้งหมด 100% เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน
นายสุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล เปิดเผยในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้ก่อตั้งว่า เชื่อมั่นในศักยภาพความแข็งแกร่งของ MMM รวมถึงเห็นโอกาส การต่อยอดและการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต พร้อมประกาศย้ำชัด “MMM คือบริษัท Service ที่เข้ามาเทรดใน Sector Property” โดยในปีนี้บริษัทฯ มั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด และสามารถสร้าง "All Time High” ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเห็นได้จากผลประกอบการงวดล่าสุด 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 102.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 18.33% และมีรายได้จากการขายและบริการรวม 561.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.51% (YoY) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโมเดลธุรกิจและความต้องการในบริการของบริษัทที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
จากปัจจัยในข้างต้น ส่งผลให้ตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่มในจำนวนดังกล่าว ดังนั้นในฐานะผู้ถือใหญ่จึงอยากให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเชื่อมั่นทีมคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ ที่จะนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ ภายใต้การขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนการระดมทุนที่วางไว้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ด้านนางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล “MMM” เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่บริษัทฯ ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ แล้วเสร็จในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัทฯ เร่งเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุน จำนวน 287.10 ล้านบาท ไปขยายการลงทุนใน 3 ธุรกิจหลัก ทั้ง ที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) โดยเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว ให้กับเจ้าของโครงการ การบริหารงานขายโครงการ (BU2) เป็นตัวแทนขายและรับประกันการขายแต่เพียงผู้เดียว และให้บริการบริหารงานขาย แบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) และการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (BU3) ภายใต้แนวคิด“เพื่อนคู่คิด นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ที่มีเครือข่ายนายหน้าอิสระขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ ที่เชื่อมถึงกลุ่มลูกค้า รวมถึงการมีทรัพย์พร้อมขายโดยไม่มีต้นทุนพัฒนาโครงการ ไม่ต้องรอระยะเวลาพัฒนา ไม่ต้องรับประกันและให้บริการหลังการขาย ที่สำคัญสามารถเลือกทรัพย์ที่พร้อมขายและทำเล ที่ต้องการได้ และสามารถบริหารหลายโครงการพร้อมกันทั่วประเทศ
โดยบริษัทฯ วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 โดยเชื่อมั่นว่าความสำเร็จ ในการนำเอารูปแบบโมเดล 3 ธุรกิจการให้บริการหลัก ได้แก่ “ธุรกิจ Pre AMC-ธุรกิจโบรกเกอร์อสังหาฯ และธุรกิจมินิมาร์ทอสังหาฯ” จะสร้างรายได้การเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะนอกจากจะตอกย้ำประสบการณ์การเป็นผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ แบบครบวงจร ยาวนานกว่า 20 ปีแล้ว ด้วยกลยุทธ์ Pre-AMC ที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนสูงผ่านการบริหารจัดการทรัพย์สินก่อนเข้าสู่กระบวนการ AMC เพื่อลดต้นทุน จะสามารถเพิ่มมาร์จิ้น และเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน โดยการวางตำแหน่งของบริษัทในการเป็น “มินิมาร์ท อสังหาริมทรัพย์” ในการเป็นคนกลาง เชื่อมระหว่างผู้พัฒนาโครงการ และนายหน้าอิสระขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม จากความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ MMM ส่งผลให้บริษัทฯ วางเป้าขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ แตะระดับ 10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยล่าสุดบริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับ Developer รายใหม่อีกหลายราย ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหากสามารถปิดดีลได้ จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของโครงการ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในระยะยาว
ยอดนิยม
AIRA GROUP และ TOKYO STOCK EXCHANGE ร่วมถอดรหัสตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปักหมุดโอกาสการลงทุนข้ามพรมแดน
SCAP รุกสินเชื่อมือถือ Locked Phone เปิดตัวระบบสินเชื่ออัตโนมัติไร้ขีดจำกัด พร้อมเพิ่มพันธมิตรรายใหญ่ Xiaomi
LH Bank ลุยสินเชื่ออสังหาฯออกแคมเปญ “อยู่ครบ 1 ปี ก็รีได้ ปลดล็อกสัญญากู้บ้านแบบเดิมๆ”
BRITANIA ผนึก TrueOnline Home Next ส่ง "เอมี่" ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ ขับเคลื่อน Smart Living Ecosystem