“พลังงาน” ชง ครม. เสนอข้อตกลงสร้างความมั่นคงพลังงานในอาเซียน ก่อนเข้าประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 43 กลางเดือนนี้
“พลังงาน” เตรียมเสนอ ครม. MOU โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน และ กรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน ช่วยเสริมการเชื่อมโยงและความมั่นคงด้านพลังงานในระดับภูมิภาค สร้างกลไกทางเลือกในการแสวงหาความร่วมมือและการสนับสนุนในกรณีที่ประเทศไทยเกิดการขาดแคลนพลังงานในช่วงสภาวะวิกฤติน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ช่วยดึงดูดการลงทุนในการพัฒนาโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า และดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานสะอาดในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยต่อไป

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากได้รับตำแหน่งและรัฐบาลได้มีการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ได้เร่งดำเนินงาน/โครงการที่สำคัญในหลากหลายมิติ ซึ่งในส่วนของการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงพลังงานก็ได้นำเสนอเรื่องเข้า ครม. 2 เรื่องสำคัญที่จะต้องมีการลงนามระหว่างรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน 10 ประเทศในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 43 หรือ AMEM ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 17 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย
โดยในเรื่องแรกนั้น เป็นร่างบันทึกความเข้าใจเพิ่มเติมว่าด้วยโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (Enhanced Memorandum of Understanding on ASEAN Power Grid) จะมีผลบังคับใช้หลังจากประเทศสมาชิกอาเซียนส่งมอบสัตยาบันเรียบร้อยแล้ว โดยสาระสำคัญ ได้แก่ 1) การส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมเพื่อขยายความเชื่อมโยงด้านไฟฟ้าภายในภูมิภาค ทั้งในพื้นที่บนบกและในทะเล ด้วยการพัฒนานโยบาย การพัฒนาตลาดไฟฟ้าอาเซียน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์จากพลังงานสะอาด โดยต้องสอดคล้องกับบริบทและกฎหมายของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน และ 2) อาเซียนจะร่วมกันศึกษา ประเมิน และทบทวนนโยบาย กฎหมาย และแผนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน โดยการผลักดันการดำเนินกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงาน/องค์กร/คู่เจรจา เพื่อจัดสนับสนุนงบประมาณ เงินลงทุน และการสนับสนุนด้านเทคนิคที่จำเป็น เพื่อให้การดำเนินกิจกรรม/โครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์
ส่วนเรื่องที่ 2 เป็น ร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Petroleum Security) ซึ่งจะร่วมกันจัดตั้งกลไกสำหรับช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนปิโตรเลียมในสภาวะวิกฤติด้านพลังงานหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยการร่วมกันจัดหา/แบ่งปันปิโตรเลียมให้ประเทศผู้ประสบปัญหาเพื่อบรรเทาปัญหา โดยการให้ความช่วยเหลือจะเป็นไปตามความสมัครใจและความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ สมาชิกอาเซียนจะร่วมกันพัฒนาและปรับใช้มาตรการด้านพลังงานทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคพลังงานในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นต้น
“ประเทศไทย เป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน จึงเป็นเรื่อง ที่สำคัญ และการที่มีความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน ก็เป็นหนึ่งในมาตรการที่กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากทั้ง 2 ข้อตกลงข้างต้นที่กระผมจะเป็นผู้แทนจากประเทศไทย ไปลงนามในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 43 หรือ AMEM ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 17 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย นับเป็นกลไกสำคัญในการแสวงหาความร่วมมือจากประเทศสมาชิกที่มีศักยภาพในการแบ่งปันน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และการเชื่อมโยง ด้านไฟฟ้า รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและสร้างรายได้จากการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานสะอาดในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอีกด้วย” นาย อรรถพล กล่าว
ยอดนิยม
ค่าเงินบาทวันนี้ 16 มิถุนายน 2569
SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem ชี้โซลาร์คือการลงทุนระยะยาว
Blu Green Token แรง บิ๊กธุรกิจนักลงทุนสนใจร่วมลงทุนเพียบ DITTO โชว์เทคโนโลยี AI และดาวเทียมบริหารจัดการป่า
“คุณา เทวอักษร” CEO “คุณาลัย” พลิกเกมดึงเมกะเทรนด์ "Longevity Living"