JSP วางโรดแมป 5 ปี ผนึกกำลัง 5 บริษัทในเครือขึ้นแท่นผู้นำ‘Health Innovation Group’ ลุยโปรดักซ์ Wellness รับการเติบโตอันดับ 1 ของโลก

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า JSP ได้วางโรดแมประยะยาว 5 ปี ในการก้าวขึ้นสู่ผู้นำตลาดสุขภาพแบบครบวงจร “Health Innovation Group” ภายใน 5 ปี ด้วยการขับเคลื่อนองค์กรไปพร้อมบริษัทในเครือแบบบูรณาการ ซึ่งประกอบด้วย 1.บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (มหาชน) (GWM) ดำเนินธุรกิจธุรกิจโรงงานผลิตน้ำยาล้างไต (A-B Solution) ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำยาสำหรับผู้ป่วยฟอกไต นำเข้าเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ 2.บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CDIP) ประกอบธุรกิจด้านการรับจ้างวิจัยเชิงวิชาการในห้องปฏิบัติการ รับจ้าง ทดสอบและวิเคราะห์ผลทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงจัดงานฝึกอบรมและสัมมนา และส่วนงานให้คำปรึกษาการยื่นขอทุนวิจัยด้านการวิจัยและพัฒนา 3.บริษัท แคร์ซูติก จำกัด (CST) บริษัทที่ให้บริการด้านอินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ที่มีทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา รวมถึงรับจ้างผลิต (OEM) ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคน และสำหรับสัตว์ ที่ครอบคลุมทั้งสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เช่น สุนัข และแมว และสัตว์ในการเลี้ยงสำหรับการทำปศุสัตว์ เช่น หมู ไก่ เป็นต้น 4. บริษัท วารี เมดิคอล จำกัด (WRM) ให้บริการด้านการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) และ 5. บริษัท เมดิส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Medis) ผู้ให้บริการตู้จำหน่ายยาอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง
ล่าสุด JSP ประสบความสำเร็จในการนำ GWM เข้าตลาด LiVEx ชื่อหุ้น GMW25 ซึ่งการเข้าตลาด LiVEx ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ GWM สามารถเติบโตได้เองในธุรกิจการผลิตน้ำยาฟอกไต AB Solution การนำเข้าเครื่องฟอกไตหรือเครื่องฟอกเลือดมาขายแล้วก็ปล่อยเช่าให้ศูนย์ฟอกไต รวมถึงธุรกิจ RO ที่ตั้งเป้าหมายว่าจะเติบโตปีละ 10% เป็นอย่างต่ำ เนื่องจากปัจจุบันเรามีลูกค้าที่เป็นคลินิกฟอกไตอยู่ที่ 150 สาขา แต่โอกาสเติบโตยังมีอีกมากเนื่องจากทั้งตลาดมีคลินิกทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 1300 คลินิก มาร์เก็ตแชร์เราอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งการเติบโตของ GWM มีผลต่อ JSP แบบบูรณาการต่อบริษัทลูกอื่นๆ เช่น CDIP ก็จะเข้าไปคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยโรคไต เช่น ครีมสำหรับผู้ป่วยโรคไต จากนั้น CDIP จะส่งสูตรไปยัง บริษัทแคร์ซูติก ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่เป็นกลุ่ม Wellness อาหารเสริมชงดื่ม ซึ่งผลิตที่ แคร์ซูติกหรือที่ JSP ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เพื่อรองรับเทรนด์ในอนาคตที่จะมีผลิตภัณฑ์ Wellness สำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรคที่เป็น Tailor-made medicine และ Tailor-made cosmetic มากขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจที่จะมาส่งเสริมการเติบโตของทางกลุ่มบริษัทเรา
ดังนั้น JSP ที่ได้ตั้งโรดแมป 5 ปีในการเติบโตเป็นผู้นำในธุรกิจสุขภาพ (Wellness) เราจะทำเวชภัณฑ์เกี่ยวกับยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง สมุนไพร ให้กับทั้งคน สัตว์ และพืช โดยเราครบวงจร เริ่มจากกระบวนการต้นน้ำคือวิจัยและพัฒนา กลางน้ำคือเรามีโรงงานผลิต และปลายน้ำคือการสร้างแบรนด์และจัดจำหน่าย เช่นการสร้างแบรนด์สุภาพโอสถที่กำลังดัง หรือที่รู้จักในแบรนด์แม่อี๊ดดวงใจ ปัจจุบันเราประสบความสำเร็จกับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับคนแล้ว อีก 5 ปี เราตั้งเป้าว่า เราจะโดดเด่นในอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงเครื่องสำอางสำหรับสัตว์เลี้ยง และอาหารเสริมพืช
"ทำไมถึงทำอาหารเสริมพืชเพราะคนเราก็ต้องกินพิชผักที่ดีไม่มีสารตกค้าง ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อธุรกิจ Wellness ของคน ถ้าพืชดีผักดีแล้วก็สุขภาพดีอันนี้คือเป้าหมายหลักของเรา ส่วนการเติบโตของผลิตภัณฑ์ ส่วนตัวตู้จำหน่ายยาก็จะเริ่มมีการปรับปรุงให้มีการพัฒนาให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้นหรือการเอาสินค้าใหม่ใหม่เข้าไปจัดจำหน่ายในตู้ Vending Machine ของเรามากขึ้น แผน 5 ปีเราตั้งเป้าโต 10% - 20% ได้แน่นอน ซึ่งเป้าหมายนี้ยังไม่รวมการส่งบริษัทลูกเข้าตลาดหลักทรัพย์ถ้ามีโอกาส” นายสิทธิชัย กล่าว
นอกจากนี้ JSP ยังได้ปัจจัยหนุนที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตหลักๆจาก 2 ปัจจัยคือ การเข้าสู่โครงสร้างสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงรัฐบาลใหม่มีแผนที่จะยกจุดแข็งด้าน Wellness ของไทยให้เป็นธีมในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติให้มาพักผ่อนในไทย เนื่องจากประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านการแพทย์ในระดับโลก สอดคล้องกับข้อมูลจากภาคเอกชนที่พบว่าตลาด Wellness ของประเทศไทยเติบโตเป็นอันดับ 1 ของโลก ระหว่างปี 2565 - 2566 โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 28.4% มูลค่าประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ดังนั้นการนำจุดเด่นด้านนี้มาผนึกกับการท่องเที่ยวของรัฐบาลใหม่ จึงจะส่งผลดีมายังธุรกิจด้านยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสมุนไพรไทยโดยตรง ดังนั้นแม้เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวแต่เรายังมี Wellness ที่เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญที่จะนำมาให้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตได้อย่างมหาศาล เนื่องจากทั้งภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ได้ประโยชน์แล้ว ภาคการผลิตยาและอาหารเสริม ก็จะได้ประโยชน์ในวงกว้างทั้งห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ คนแปรรูปได้ประโยชน์ เกษตรกรได้ประโยชน์ รากหญ้าครัวเรือนได้ประโยชน์
ยอดนิยม
ค่าเงินบาทวันนี้ 30 ม.ค. 2569
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ใช้พลังดีไซน์สร้าง “โอเอซิสกลางเมือง” รังสรรค์ผลงานจากวัสดุเหลือใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ
บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้า GreenLeap ปี 2569 เร่งขยายพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก และลงทุนดิจิทัลอินฟราฯ มุ่งสู่ Net Zero
อว. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย ลงนาม MOU มุ่งผลิตกำลังคนเพื่ออุตสาหกรรมไทยในอนาคต