"บมจ.ชโย กรุ๊ป หรือ CHAYO" โชว์งบ ไตรมาส 2 และ ครึ่งปีแรก'68 ออกมาสวย ทั้งกำไรสุทธิและรายได้รวมจากการดำเนินงาน ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 22.46% ส่วนรายได้โต 10.45% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรก โกยกำไร 237.44 ล้านบาท พุ่งทะยานถึง 60.37% ด้านรายได้ไม่น้อยหน้า 1,077.78 ล้านบาท โต 10.84% ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ขณะที่ธุรกิจเร่งรัดหนี้สินและธุรกิจบริการจัดหาคนเพิ่มก็ยังเติบโต ด้านธุรกิจให้เงินกู้ยืมลดลงเล็กน้อย ด้านซีอีโอใหญ่ตอกย้ำความมั่นใจ พร้อมปักธงผลดำเนินงานปี'68 จะทำให้ได้ตามแผน
นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ธุรกิจเจรจาติดตามเร่งรัดหนี้สิน ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ และกิจการศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า เปิดเผยผลประกอบการ ไตรมาส 2/2568 กำไรสุทธิ อยู่ที่ 129.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.72 ล้านบาท หรือ 22.46% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ 105.61 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงาน ไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 529.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนจำนวน 50.07 ล้านบาท หรือ 10.45%
สำหรับผลประกอบการ งวด 6 เดือนแรก ปี 2568 กำไรสุทธิ อยู่ที่ 237.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.38 ล้านบาท หรือ 60.37% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ 148.06 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพราะมีกำไรขั้นต้นที่ปรับเพิ่มขึ้นจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและการลดลงของค่าใช้จ่ายงานคดี ส่วนรายได้รวมจากการดำเนินงาน งวด 6 เดือนแรกปี 2568 อยู่ที่ 1,077.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนจำนวน 105.44 ล้านบาท หรือ 10.84% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพจำนวน 101.36 ล้านบาท โดยเป็นยอดจัดเก็บหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและหนี้มีหลักประกันของหนี้ด้อยคุณภาพ เพิ่มขึ้น จำนวน 408.80 ล้านบาท ซึ่งมากกว่างวดเดียวกันของปีก่อน 110.08 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 36.85% จากสาเหตุที่บริษัทได้ซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารเพิ่มเติม
เช่นเดียวกับ รายได้จากการให้บริการเร่งรัดหนี้สินก็เพิ่มขึ้น 27.22% เพราะสามารถจัดเก็บหนี้ในส่วนงานติดตามทวงถามหนี้ที่รับจากสถาบันการเงินได้มากขึ้น รวมทั้งรายได้จากการให้บริการจัดหาคนก็เพิ่มขึ้นสูงถึง 93.78% ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ว่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการปล่อยสินเชื่อให้กู้ยืมลดลง 10.66% ซึ่งเป็นผลจากการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง โดยยอดลูกหนี้ให้กู้ยืม ณ สิ้น 30 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 972.11 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนที่ 1,049.75 ล้านบาท
นายสุขสันต์ กล่าวต่อว่า บริษัทฯ ยังคงวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้ 2568 อยู่ที่ไม่น้อยกว่า 20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,093.39 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 241.15 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทบริหารหนี้รวมมากกว่า 105,000 ล้านบาท และยังคงประมูลหนี้เข้ามาบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 จะเน้นไปที่หนี้ที่ไม่มีหลักประกันเป็นหลัก อีกทั้งบริษัทยังอยู่ระหว่างการหาโอกาสร่วมมือกับภาครัฐในการบริหารหนี้ภาคประชาชนที่รัฐบาลตั้งใจซื้อออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชน ขณะที่สถานะทางการเงินปัจจุบันของบริษัทถือว่ายังมีความแข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุนที่มีดอกเบี้ย (D/E) อยู่ที่ประมาณ 0.95 เท่า
สำหรับการจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ยังคงมีการจำหน่ายต่อเนื่อง ส่วนความคืบหน้าของที่ดินแปลงใหญ่บนเกาะยาวใหญ่ จ.พังงา ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ที่บริษัทเพิ่งประมูลได้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา น่าจะเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 3 นี้
ยอดนิยม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 17 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในฮ่องกงและสหรัฐฯ ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 12 มิ.ย. นี้
BWG แท็กทีม “พลอยชมพู” จัดใหญ่ “ธนาคารอิ่มสุข” ครั้งที่ 12 ปลุกพลังคนสระบุรีสร้างสุข แยกขยะเพื่อโลก
CIVIL คว้างานใหม่มูลค่า 2,440.30 ลบ. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำกิ จ.น่าน
LH Bank ระดมเงินฝากสกุลดอลล์ออสเตรเลีย จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 5.00% ต่อปี