ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกำหนด “6 มาตรฐานองค์ความรู้กรรมการไทย” ยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน

• ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมจัดทำ 6 มาตรฐานองค์ความรู้กรรมการไทย เพื่อส่งเสริมให้กรรมการบริษัทจดทะเบียนมีความรู้ เข้าใจบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ พัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุน พร้อมส่งเสริมให้องค์กรที่ทำหน้าที่จัดหลักสูตรฝึกอบรมกรรมการ ได้พัฒนาหลักสูตรเพื่อเป็นทางเลือกมากขึ้น
• 6 มาตรฐานองค์ความรู้กรรมการไทย ประกอบไปด้วย 1) บทบาทและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการอย่างมีประสิทธิผล 2) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีและการเงิน 4) การกำกับดูแลความเสี่ยง เชิงกลยุทธ์ขององค์กร 5) การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน และ 6) การรายงานและการเปิดเผยข้อมูล
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า
ก.ล.ต. มุ่งมั่นส่งเสริมและยกระดับบรรษัทภิบาลที่ดีของบริษัทจดทะเบียน โดยตระหนักว่า คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงเป็นหัวใจสำคัญและพลังขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ธรรมาภิบาลที่ดีเริ่มต้นจากผู้นำองค์กรที่เป็นแบบอย่างที่ดี
(Set Tone at the Top) ในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และยึดมั่นในจริยธรรม เพื่อวางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ด้วยจำนวนกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก.ล.ต. จึงได้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดมาตรฐาน 6 องค์ความรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพกรรมการให้เข้มข้น ครอบคลุมยิ่งขึ้น และเพื่อให้กรรมการมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนมีระบบและกลไกภายในที่จะสามารถสร้างวินัยในตนเอง (Self-Discipline) โดยการนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Code) มาปรับใช้เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้โปร่งใสและน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงของธุรกิจ สังคม และตลาดทุนโดยรวม
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีบรรษัทภิบาลเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเฉพาะการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งของคณะกรรมการในการดูแลผลประโยชน์ขององค์กร แม้ประเด็นทุจริต การกระทำผิดจรรยาบรรณ และความบกพร่องในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทจะมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงมุ่งพัฒนาเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และส่งเสริมการพัฒนาระบบกำกับดูแลที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กำหนดมาตรฐานองค์ความรู้สำคัญเพื่อเป็นรากฐานการทำหน้าที่ของกรรมการอย่างมืออาชีพ ได้แก่ 1) บทบาทและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการอย่างมีประสิทธิผล 2) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีและการเงิน 4) การกำกับดูแลความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ขององค์กร 5) การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน และ 6) การรายงานและการเปิดเผยข้อมูล
วัตถุประสงค์หลักของการกำหนดมาตรฐานองค์ความรู้สำคัญ 6 ด้าน ประการแรก เพื่อสนับสนุนให้กรรมการทุกคนได้รับความรู้พื้นฐานสำหรับการปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วน เป็นปัจจุบันและสม่ำเสมอ สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมเปิดเผยข้อมูลการพัฒนาตนเอง ผ่านแบบ 56-1 One Report ประการที่สอง เพื่อให้องค์กรทั้งไทยและต่างประเทศที่จัดอบรมให้แก่กรรมการ เข้าใจและสามารถพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานความรู้ตามที่ภาคตลาดทุนร่วมกันกำหนด ซึ่งจะช่วยให้กรรมการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ เต็มความสามารถ และเกิดประสิทธิผล
นอกจากมาตรฐานองค์ความรู้ทั้ง 6 ด้านแล้ว กรรมการควรพัฒนาทักษะความรู้อื่นที่จำเป็น อาทิ ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจขององค์กร การกำกับดูแลความมั่นคงด้านสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการภาวะวิกฤต ปัจจุบันมีสถาบันจัดอบรมความรู้กรรมการในประเทศหลายแห่งที่ได้พัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานองค์ความรู้กรรมการ ได้แก่ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ที่เป็นหน่วยงานพัฒนาความเป็นมืออาชีพของกรรมการ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ เช่น สภาวิชาชีพบัญชี สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ
ยอดนิยม
AURA เปิดเกมปี 69 วางกำไรโต Double Digit รุกขยายเครือข่าย 200 สาขา
กรุงไทยเปิดตัว “Krungthai VIRTUAL ACCOUNT” การใช้งานที่ตอบโจทย์องค์กรไทย
SCB รุกตลาดเปิดตัวบัตรเดบิตที่ไม่ธรรมดา “SCB LET’S” โฉมใหม่ “แค่ใช้ก็ได้พอยท์”
"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด