SMART เผยงบ Q2/68 รายได้รวม 93.38 ล้านบาท กำไร 1.97 ล้านบาท ชูอิฐมวลเบา Green Building ดันยอดขายโต
SMART เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2568 รายได้รวม 93.38 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1.97 ล้านบาท เดินเกมรุกรับมือตลาดอสังหาฯ ยังเผชิญความท้าทาย ชี้ดีมานด์กลุ่มปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยยังมี ลุยพัฒนาอิฐมวลเบาขนาดพิเศษ เพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน มาตรฐาน Green Building ขยายฐานลูกค้าใหม่ ภาครัฐ-เอกชน ควบคู่รักษาฐานลูกค้าเดิม รักษาสภาพคล่อง ทางการเงิน สร้างการเติบโตระยะยาว 
นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 93.38 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.97 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรก บริษัทมีรายได้รวม 211.40 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 14.16 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวลดลงจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่
อย่างไรก็ตาม คาดว่าภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างจะค่อยๆ ฟื้นตัว ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการกลับมาดำเนินงานของภาคเอกชนบางส่วน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับบน
ทั้งนี้ บริษัทมองเห็นโอกาสจากความต้องการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัย รวมถึงงานตกแต่งในภาคธุรกิจบริการ อาทิ โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน โดยล่าสุดได้พัฒนา อิฐมวลเบาขนาดพิเศษ (Jumbo Block, Compact Block) ที่ช่วยแก้ข้อจำกัดในการก่อสร้าง เพิ่มการพัฒนาอิฐมวลเบาโลวคาร์บอน (Low Carbon Autoclaved Aerated Concrete - AAC) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ได้มาตรฐาน Green Building เพิ่มโอกาสในการคว้างานโครงการภาครัฐ-เอกชน ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน
อีกทั้ง มีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังโครงการภาครัฐเพิ่มเติม อาทิ โครงการก่อสร้างอาคารราชการ อาคารสำนักงาน โรงเรียน พร้อมทั้งรักษาฐานลูกค้าเดิม กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งยังคงมีคำสั่งซื้อต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนงานจากภาคเอกชน 80% ภาคเอกชน 20%
นอกจากนี้ เร่งขยายช่องทางการจำหน่ายโดยเฉพาะการเพิ่มตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ในกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และช่องทางโมเดิร์นเทรด ได้แก่ ไทวัสดุ ดูโฮม โกลบอลเฮ้าส์ ให้ครอบคลุมมากขึ้น ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่องทางการเงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
“ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุน การควบคุมกระแสเงินสด รวมถึงการบริหารความเสี่ยงต่างๆ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อหาโอกาสในตลาดใหม่ๆ ที่ยังมีศักยภาพ เชื่อมั่นว่าด้วยจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานที่สูงขึ้น จะสามารถสร้างการเติบโตให้กับบริษัทได้ในระยะยาว"นายรังสี กล่าว
ยอดนิยม
โตเกียวมารีนประกันชีวิต จัดงานคิกออฟ 2026 อย่างยิ่งใหญ่ ปีม้า อาชาแห่งชัยชนะ
SYNNEX เปิดบ้าน OPEN HOUSE 2026 ชูแผนรุกปี 2569 ตอกย้ำบทบาท “Empowering the Future Together”
ธนาคารไทยเครดิต ผนึกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ลงนาม MOU เสริมแกร่งความรู้ทางการเงิน และการบริหารทุนชุมชน
"GCAP GOLD" มองทองคำร้อนแรงต่อเนื่อง ลุ้นขึ้นทำ All Time High จากปัจจัยพื้นฐานหนุน