KTC จบรอบ Forced Sell โบรกฯ ชี้ เป็นโอกาส “ซื้อ” ราคาหุ้นร่วงไม่สอดคล้องพื้นฐาน
พื้นฐานแกร่ง! สำหรับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC แม้ราคาหุ้น ดิ่งกว่า 22% จากสัปดาห์ก่อน เพราะถูกบังคับขาย นักวิเคราะห์ชี้ปัญหานี้คลี่คลายแล้ว มองเป็นโอกาสสะสมหุ้นพื้นฐานดี ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงไม่ได้สอดคล้องกับพื้นฐานของบริษัทที่ยังแข็งแรง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า KTC มองเป็นหุ้นพื้นฐานแกร่ง ที่ราคาหุ้นจับต้องได้ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงไม่ได้สอดคล้องกับพื้นฐานของบริษัทที่ยังแข็งแรง และประเด็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถูกบังคับ ขายหุ้น ไม่ได้มีผลต่อการดำเนินงานของบริษัท
ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมีการฟื้นตัวมาบ้างแล้ววานนี้ แต่ยังถือว่ามี Upside สูงที่ 38.5% จากมูลค่าพื้นฐานใหม่ที่ 36 บาท หลังปรับลดสมมุติฐาน ROE ลง เหลือเพียง 17% (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ROE ในปี 2025-26 ที่ 17.9%) จากเดิมที่ 19% ได้เป็น Prospective PBV ที่ 2.1 เท่า
โดยมองว่าสมเหตุสมผล เพราะ KTC เป็นหุ้นที่มีจุดเด่นเรื่อง ROE สูงถึง 18.3% สูงกว่า คู่แข่ง 7% และสูงเกือบ 2 เท่าของธนาคาร แม้จะยังใช้นโยบายตั้งสำรองที่ระมัดระวัง จนมี Coverage Ratio สูงถึง 386% ในไตรมาส 1/68 สูงที่สุดในกลุ่มไฟแนนซ์ และสูงกว่าธนาคารอย่าง BBL ที่ขึ้นชื่อว่าตั้งสำรอง ไว้สูง (ราว 300%)
สะท้อนว่าบริษัทมีความสามารถรองรับหนี้เสียได้มากกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ราคาหุ้นที่ ปรับตัวลงทำให้ Div. Yield ของ KTC กลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจที่ 5.1% จึงปรับเพิ่มคำแนะนำลงทุน ใน KTC ขึ้น จาก “TRADING” เป็น “ซื้อ”
โดยประเด็น ราคาหุ้น KTC ที่ปรับลง 22% จากสัปดาห์ก่อน คาดเกิดจากที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทถูกบังคับขายหุ้นที่ ใช้เป็นหลักประกันสำหรับการซื้อหุ้นผ่านบัญชีมาร์จิ้น หลังราคาหุ้นทยอยปรับตัวลงต่อเนื่องราว 47% นับจากต้นปีถึงปัจจุบันส่งผลให้มีแรงขายมากกว่าปกติ
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน พ.ค. 68 KTC มีจำนวนหุ้นที่ถูกวางเป็นประกันในบัญชีมาร์จิ้น 420 ล้านหุ้น โดยตั้งข้อสังเกตว่าวานนี้ที่หุ้น KTC มีปริมาณหุ้นซื้อขายสูงถึง 942 ล้านหุ้น สะท้อนว่าประเด็นดังกล่าวถูกคลี่คลายไปแล้ว โดยมีเม็ดเงินที่มากพอจะรองรับจำนวนหุ้นที่ถูกบังคับขาย และมองว่าหลังจากนี้ราคาหุ้นควรจะกลับมาซื้อขายด้วยภาวะที่ปกติมากขึ้นหลังจากนี้
สำหรับไตรมาส 2/68 คาด KTC จะมีกำไรสุทธิ 1,897 ล้านบาท โต 3.9%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1.9% จากไตรมสก่อน แม้รายได้ดอกเบี้ย รับสุทธิจะโตเล็กน้อย แต่คาดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะโต 2.4% จากไตรมาสก่อน หนุนจากหนี้สูญรับคืนที่เพิ่มขึ้น หลังเร่ง Write Off ลูกหนี้ไปมากในช่วงที่ผ่านมา และบริษัทมีการติดตามหนี้ได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ในไตรมาส 2/68 ปกติจะเป็นไตรมาสที่บริษัทได้รับเงินสนับสนุนจากพันธมิตรเข้ามา ทำให้รายได้อื่นๆ จะเพิ่มเข้ามามากกว่าปกติ อีกฝั่งหนึ่งที่คาด KTC จะทำ ได้ดีคือการคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน คาด Cost to Income Ratio ลดลงจาก 37.5% ในไตรมาส 1/68 เหลือ 35% ส่วนการตั้งสำรองคาดทรงตัวจากไตรมาสก่อน เพราะคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่มีสัญญาณ ที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ คาด KTC ประกาศงบวันที่ 18 ก.ค.
อย่างไรก็ดีเพื่อยึดหลักอนุรักษ์นิยม เพราะมองว่าเศรษฐกิจในครึ่งหลังปี 68 อาจชะลอตัวลง จึงมีการปรับ เพิ่มความระมัดระวังในประมาณการกำไรสุทธิในปี 68 โดยปรับลดการเติบโตของสินเชื่อจาก 5% เหลือ 3% และเพิ่มค่าใช้จ่ายตั้งสารองอีก 6% ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิลดลง 6.2% เหลือ 7,669 ล้านบาท ยังโต 3.1% จากปีก่อน ส่วนปี 69 คาดโต 5.2% จากปีก่อนหน้า
ยอดนิยม
CPALL งบปี 68 มีกำไร 2.82 หมื่นลบ. หลังมียอดขายจากร้าน 7-11 กว่า 4.62 แสนลบ. บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 1.65 บาท ขึ้น XD 30 เม.ย.
THAI พลิกมีกำไรสุทธิ 3.09 หมื่นลบ. จากปีก่อนขาดทุน 2.6 หมื่นลบ. บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 0.21 บาท
KTB อนุมัติปันผลอีก 2.40 บาท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 เม.ย.นี้ กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 30 เม.ย. 69