NER ประกาศงบไตรมาส 1 ปี 2568 มีรายได้จากการขายรวม 8,698.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,156.17ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32.96 % มีกำไรสุทธิ 608.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 34.22% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2567 สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน พร้อมมุ่งขยายตลาดกลุ่มลูกค้ามากขึ้น เพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นตามเป้าที่วางไว้ 
คุณชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1/2568 สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุด 31 มีนาคม 2568 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณขาย 127,090 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ10.88 คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 8,698.02 เพิ่มขึ้น 2,156.17 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 32.96% แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 6,077.46 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 69.87% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 1,207.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24.81% และรายได้จากการขายต่างประเทศ 2,620.56 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 30.13% ของยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 948.27 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56.71% ส่งผลให้ไตรมาส 1 /2568 มีกำไรสุทธิ 608.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 34.22% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี2567
โดยรายได้จากการขายเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนนั้น ราคายางเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 19.90% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นแบ่งเป็นผลต่างด้านราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 1,443.66 ล้านบาท และแบ่งเป็นผลต่างด้านปริมาณเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 711.74 ล้านบาท นอกจากนี้ในไตรมาส1/2568 ด้านผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น บริษัทมีการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการรับชำระหนี้จากลูกหนี้ต่างประเทศที่เกิดขึ้นจริง 13.25 ล้านบาท และมีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ที่บริษัทฯซื้อไว้เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 27.57 ล้านบาท ซึ่งสุทธิแล้วในภาพรวมบริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 14.33 ล้านบาท
คุณชูวิทย์ กล่าว ในส่วนของแผนการลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิตโรงงานยางแท่งเฟสที่ 3 (STR3) บริษัทฯ ยืนยันความพร้อมในการดำเนินโครงการ โดยปัจจุบันได้ดำเนินการปรับพื้นที่แล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พิจารณาที่จะชะลอการดำเนินการก่อสร้างออกไปก่อน เพื่อประเมินความชัดเจนของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายภาษี (Reciprocal Tariffs) ของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในนโยบายการขยายกำลังการผลิต เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจยาง
ยอดนิยม
ค่าเงินบาทวันนี้ 30 ม.ค. 2569
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ใช้พลังดีไซน์สร้าง “โอเอซิสกลางเมือง” รังสรรค์ผลงานจากวัสดุเหลือใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ
บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้า GreenLeap ปี 2569 เร่งขยายพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก และลงทุนดิจิทัลอินฟราฯ มุ่งสู่ Net Zero
อว. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย ลงนาม MOU มุ่งผลิตกำลังคนเพื่ออุตสาหกรรมไทยในอนาคต