PMC โชว์ผลงานปี 67 กำไรพุ่ง 166.8% ไฟเขียวจ่ายปันผลเป็นหุ้นพ่วงเงินสด ปักธงผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายสติ๊กเกอร์เปล่าในภูมิภาคอาเซียน
PMC โชว์ศักยภาพธุรกิจฉลากบรรจุภัณฑ์ ผลประกอบการปี 2567 กำไรสุทธิพุ่ง 166.8% แตะ 46.45 ล้านบาท หนุนรายได้รวมเติบโตที่ 881.71 ล้านบาท จากการเดินหน้าขยายตลาดในและต่างประเทศ เน้นภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย พร้อมลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง แม้เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและการแข่งขัน มั่นใจปี 2568 ลุยธุรกิจเต็มสูบ ตั้งเป้ารายได้เติบโต ระดับ Double Digit เร่งเครื่องปักธงสู่ผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายสติ๊กเกอร์เปล่าในภูมิภาคอาเซียน ด้านบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลเป็นหุ้นพ่วงเงินสดรวม 0.028807 บาท/หุ้น
นายเอก สุวัฒนพิมพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรียลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สติ๊กเกอร์เปล่า (Sticker) หรือฉลากกาว (Self-Adhesive Label) ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำสำหรับการผลิตฉลากสินค้าและฉลากบรรจุภัณฑ์ โดยจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการปี 2567 รายได้รวม 881.71 ล้านบาท เติบโต 6.4% จากปีก่อน หนุนยอดขายในประเทศที่ขยายตัว และตลาดส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย แม้จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน และการแข่งขันจากประเทศจีน แต่บริษัทฯ ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้เติบโตต่อเนื่อง แตะ 18.59% เพิ่มขึ้นจาก 17.13% ในปี 2566 เนื่องจากการบริหารจัดการภายในและต้นทุนที่มีการปรับลดลง สนับสนุนให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 46.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 166.8% และมี EBITDA 98.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.1%
ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 มีรายได้รวม 216.36 ล้านบาท เติบโต 8.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ กำไรสุทธิ 9.08 ล้านบาท ลดลง 12.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน
สำหรับโครงสร้างรายได้จากการขายแยกตามผลิตภัณฑ์ สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กระดาษสัดส่วนรายได้ 60%, ผลิตภัณฑ์ฟิล์ม 25%, ผลิตภัณฑ์ฉลากพิเศษ 14% และผลิตภัณฑ์อื่นๆ 1% ตามลำดับ และโครงสร้างรายได้จากการขายแยกตามภูมิภาค แบ่งได้ดังนี้ สัดส่วนรายได้จากการขายตลาดในประเทศ 66% และการขายต่างประเทศ 34% จากยอดขายและบริการรวมในปี 2567
อย่างไรก็ดี จากภาวะเศรษฐกิจที่มีสัญญาณการขยายตัวแม้จะไม่มาก ยังคงส่งผลบวกต่อธุรกิจของ PMC ต่อตลาดในประเทศ จะเห็นได้ว่าโดยภาพรวม บริษัทฯ ยังสามารถรักษาและขยายฐานตลาดในประเทศไว้ได้ตลอดปีที่ผ่านมา ส่วนตลาดต่างประเทศที่บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของประเทศคู่ค้าในปี 2566 ประกอบกับการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างรุนแรงนั้น ในปี 2567 ก็ยังสามารถสร้างยอดขายในตลาดต่างประเทศกลับมาได้ และคาดการณ์ว่าบริษัทฯ จะสามารถเติบโตในตลาดต่างประเทศต่อเนื่องในปี 2568 พร้อมตั้งเป้า ปักธงผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายสติ๊กเกอร์เปล่าในภูมิภาคอาเซียน คาดรายได้จะเติบโตในระดับ Double Digit
เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติการจ่ายปันผลเป็นหุ้นปันผลและเงินสด โดยจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 38 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล จำนวนไม่เกิน 10,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 10,000,000 บาท หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล 0.025926 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นรายใดมีเศษของหุ้นเดิมหลังจากจัดสรรหุ้นปันผลแล้ว ให้จ่ายปันผลเป็นเงินสดแทนการจ่ายเป็นหุ้นปันผลในอัตราหุ้นละ 0.025926 บาท นอกจากนี้ จ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.002881 บาท เพื่อรองรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย รวมการจ่ายปันผลของ PMC ในอัตราหุ้นละ 0.028807 บาท หรือคิดเป็นจำนวนเงินประมาณไม่เกิน 11,111,111.11 บาท โดยเงินปันผลทั้งหมดจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 7 พ.ค. 2568 และกำหนดวันที่จ่ายปันผลวันที่ 26 พ.ค. 2568 ทั้งนี้ สิทธิในการรับเงินปันผลดังกล่าวข้างต้นยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 28 เม.ย.นี้
ยอดนิยม
ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” เติมทุนเกษตรกร สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ค่าเงินบาทวันนี้ 30 ม.ค. 2569
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ใช้พลังดีไซน์สร้าง “โอเอซิสกลางเมือง” รังสรรค์ผลงานจากวัสดุเหลือใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ
บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้า GreenLeap ปี 2569 เร่งขยายพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก และลงทุนดิจิทัลอินฟราฯ มุ่งสู่ Net Zero