TISCO ESU ชี้นักลงทุนเริ่มขายหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ โยกเข้าหุ้นการเงินสหรัฐฯ - หุ้นญี่ปุ่น
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ชี้เริ่มเห็นเทรนด์นักลงทุนขายหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Magnificent 7 โยกเงินเข้าหุ้นอุตสาหกรรมการเงินสหรัฐฯ ที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนการเงินลด ประกอบกับนโยบายผ่อนคลายกฎเกณฑ์ และหุ้นญี่ปุ่นจากเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว
นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ นักกลยุทธ์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr. Thanathat Srisawast, Strategist, TISCO Economic Strategy Unit) หรือ TISCO ESU เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นโลกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว หลังเผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงของสงครามการค้าที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น โดยเฉพาะนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยที่สอง ที่มุ่งสร้างแรงจูงใจในการดึงฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ (Re-shoring) และใช้มาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเป็นเครื่องมือเพิ่มรายได้ให้กับภาครัฐ
นโยบายดังกล่าว TISCO ESU มองว่า จะส่งผลให้ตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ “Magnificent 7” ที่มีสัดส่วนรายได้นอกสหรัฐฯ ค่อนข้างสูง ทำให้มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ (บอนด์ยิลด์) ที่ทรงตัวในระดับสูงจะยิ่งกดดันมูลค่าหุ้น (Valuation) ของกลุ่มเทคโนโลยีที่มีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (P/E) ค่อนข้างสูงให้ลดลงใกล้เคียงกับดัชนีตลาดโดยรวมมากขึ้น ส่งผลให้เงินทุนมีแนวโน้มเคลื่อนย้ายไปสู่อุตสาหกรรมอื่น
“ส่วนต่างของการเติบโต (Growth Premium) ระหว่าง Magnificent 7 กับอีก 493 บริษัทในดัชนี S&P 500 คาดจะลดลงอย่างมีนัยในปีนี้ ซึ่งน่าจะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Sector Rotation) จากหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ไปสู่อุตสาหกรรมอื่นมากขึ้น” นายธนธัช กล่าว
หุ้นกลุ่มการเงินสหรัฐฯ ได้รับผลบวกจากมาตรการผ่อนคลายกฎเกณฑ์
TISCO ESU คาดว่า หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมการเงินของสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะได้รับผลบวกจากกระแส Sector Rotation ในรอบนี้ เนื่องมาจากต้นทุนเงินฝาก (Deposit cost) ปรับลดลงอย่างรวดเร็วหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มลดอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะในกลุ่มบัญชีเงินฝากขนาดใหญ่ (Jumbo Accounts) ที่ก่อนหน้านี้เคยอยู่สูงถึง 1.5% ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 1.0% ส่งผลให้อัตรากำไรดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) ของธนาคารมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนี้ มาตรการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ (De-regulation) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาโดยหน่วยงานกำกับดูแล อาทิ การปรับหลักเกณฑ์การพิจารณาปริมาณเงินทุนสำรองที่จำเป็นของธนาคารขนาดใหญ่ หากได้รับการผลักดันต่อเนื่อง จะช่วยหนุนผลประกอบการของภาคการเงิน และทำให้มูลค่าหุ้น (Valuation) ของหุ้นกลุ่มนี้กลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับยุคก่อนวิกฤติการเงินโลก (Global Financial Crisis) ในปี 2551 อีกครั้ง
หุ้นญี่ปุ่นมีแนวโน้ม Outperform หุ้นโลก จากแรงหนุนเศรษฐกิจฟื้นต่อเนื่อง
นายธนธัช กล่าวเพิ่มเติมว่า TISCO ESU คาดว่า หุ้นญี่ปุ่นจะสามารถ Outperform หรือสร้างผลตอบแทนดีกว่าดัชนีหุ้นโลก (MSCI ACWI) จากปัจจัยสนับสนุนทั้งด้านอัตราแลกเปลี่ยน ที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY Index) มีแนวโน้มแข็งค่าจากความผันผวนของปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น และโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มูลค่า GDP ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสูงกว่า 600 ล้านล้านเยนเป็นครั้งแรก สอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ที่ออกมายืนยันว่า “เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ฟื้นกลับมาอย่างสมบูรณ์ (Japan’s economy is completely back)” พร้อมมองว่าญี่ปุ่นได้หลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดยาวนานแล้ว โดยในช่วงต้นปี 2568 คาดจะเห็นผลการเจราปรับขึ้นค่าจ้าง (Shunto Wage Negotiation) ขึ้นอีก 4-5% ต่อเนื่องจากปีก่อนที่สูงกว่า 5% ซึ่งจะส่งผลบวกต่อแนวโน้มอุปสงค์ภายในประเทศ และเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นในระยะข้างหน้าได้
ยอดนิยม
ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” เติมทุนเกษตรกร สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ค่าเงินบาทวันนี้ 30 ม.ค. 2569
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ใช้พลังดีไซน์สร้าง “โอเอซิสกลางเมือง” รังสรรค์ผลงานจากวัสดุเหลือใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ
บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้า GreenLeap ปี 2569 เร่งขยายพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก และลงทุนดิจิทัลอินฟราฯ มุ่งสู่ Net Zero