SELIC โชว์ผลงาน 9 เดือน ปี 67 กำไรสุทธิโต 100% อยู่ที่ 94 ลบ. โกยรายได้ 1,591 ลบ. ดัน 3 ธุรกิจหลักบุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ
“ซีลิค คอร์พ” หรือ SELIC ผู้นำกาวอุตสาหกรรม โชว์ผลการดำเนินงาน 9 เดือน โกยรายได้ 1,591 ลบ. โต 14% กำไรสุทธิ 94.14 ล้านบาท โตเท่าตัว หรือ 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการโฟกัส 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจกาวอุตสาหกรรม ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว เติบโตท่ามกลางความท้าทายของตลาดในต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เสริมทัพมาร์จิ้น เดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ และตลาดใหม่ๆ หนุนแผนโตในอนาคต
นายณรงค์ สุวัฒนพิมพ์ รองประธานกรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย รวมทั้งวิจัยและพัฒนากาวอุตสาหกรรมที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม (Specialty and High Performance Adhesive) เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในรอบ 9 เดือนของปี 67 สามารถทำรายได้รวม 1,591.01 ล้านบาท เติบโต 14.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากการรวมธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเข้ามาในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ และมีกำไรขั้นต้น 467.68 ล้านบาท เติบโต 25.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 29.6% จากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการพัฒนาขึ้นจากกำไรขั้นต้น ของธุรกิจกาวอุตสาหกรรม และธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว ด้าน EBITDA อยู่ที่ 271.51 ล้านบาท เติบโต 45.1% และกำไรสุทธิ 94.14 ล้านบาท เติบโต 100.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ด้านผลประกอบการไตรมาส 3/2567 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 523.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 8.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้จาก ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและธุรกิจสติ๊กเกอร์ หรือฉลากที่มีกาวในตัว และมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 141.88 ล้านบาท ลดลง 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นผลจากธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว และธุรกิจกาวอุตสาหกรรม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอยู่ที่ 27.6% กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 20.90 ล้านบาท ลดลง 24.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
โดยซีลิคมีโครงสร้างรายได้จากการขายและบริการ แบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลักดังนี้ ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมอยู่ที่ 27% ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอยู่ที่ 43% และธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอยู่ที่ 30% จากกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย และครอบคลุมทั้งแบบ B2B และ B2C รวมถึงสัดส่วนของกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วนที่พอเหมาะ ทำให้บริษัทฯ สามารถปรับตัวในการดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะที่เศรษฐกิจในตลาดต่างประเทศมีความไม่แน่นอนได้อย่างเหมาะสม โดยในไตรมาส 3 สัดส่วนตลาดในประเทศอยู่ที่ 71% และตลาดต่างประเทศ 29%
“ซีลิคมุ่งเน้นสร้างการเติบโตของรายได้จากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโต และขยายไปยังตลาดต่างประเทศที่เศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สร้างการเติบโตต่อเนื่อง จากผลงานในไตรมาส 3 ปีนี้ ถือว่ายังคงรักษาความสามารถในการดำเนินงานได้ดี แม้ภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงทรงตัว โดยธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจสติ๊กเกอร์ในตัว ยังคงมีความท้าทายจากการส่งออกสินค้าในธุรกิจสติ๊กเกอร์ ซึ่งมาจากการชะลออุปสงค์ของตลาดต่างประเทศที่อยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย และยังกลับมาได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้อุปทานที่มีอย่างจำกัด ทำให้การส่งออกของธุรกิจสติ๊กเกอร์มีความท้าทายเพิ่มมากขึ้นสำหรับตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ของตลาดในประเทศยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้สัดส่วนการขายเคลื่อนตัวมาทางตลาดในประเทศเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ในไตรมาส 3 ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพยังทรงตัว แต่ยังคงสามารถรักษาระดับรายได้ไว้ต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูง โดยบริษัทฯ จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ ควบคู่การขยายไปยังช่องทางตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เตรียมพร้อมรับโอกาสในอนาคต” นายณรงค์ กล่าว
ยอดนิยม
OR จุดประกายอนาคตธุรกิจ ชูวิสัยทัศน์ Platform แห่งโอกาส บนเวที “Sustainable Spark by PTT Group”
บริษัท ไอทีพีพี จำกัด เดินหน้าความร่วมมือ “LINE MAN EV” ยกระดับบริการแท็กซี่ไฟฟ้า สนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ
EKH ฉายภาพธุรกิจปีม้าทองโตเด่น ลุยเปิดบริการสุขภาพ 3 โครงการใหม่ หนุนรายได้แข็งแกร่ง ปักหมุดปั๊มผลงานปี 69 เติบโต 20%
TEBP สุดปัง! 9 เดือนปี 68 ฟาดกำไรโต 39.74% พร้อมระดมทุนเข้า mai ภายในปี 69