NRF มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ชู 'โครงการวิจัยถ่านชีวภาพ' สู่อาวุธลับรักษ์โลก
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้นำด้านการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาและวิจัยเกี่ยวกับโครงการต้นแบบการผลิตถ่านชีวภาพจากเตาเผาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งโครงการนี้เป็นความร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรเหลือทิ้งจากการเกษตร เช่น ซังข้าวโพด ลำต้น ตอ ใบ และเปลือกข้าวโพด มาเปลี่ยนให้เป็นถ่านชีวภาพ (ไบโอชาร์) ที่สามารถช่วยลดปัญหาการเผาและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Negative) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เผยว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากปัญหาหมอกควันที่เกิดจากการเผาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในภาคเหนือ ซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นเวลาหลายปี โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และจังหวัดใกล้เคียง การเผาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และก๊าซพิษอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดฝุ่นละออง PM2.5 ในปริมาณที่สูง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ NRF จึงได้สนับสนุนสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ในการวิจัยและพัฒนาต้นแบบเตาเผาถ่านชีวภาพที่สามารถรองรับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรได้มากถึง 50 กิโลกรัมต่อวัน โดยมีรูปแบบการเผาที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การใช้ฟืน การใช้น้ำมันพืชใช้แล้ว และถ่านอัดแท่ง ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิในการเผาได้ถึง 700 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังมีการออกแบบระบบชุดอบวัตถุดิบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตถ่านชีวภาพอีกด้วย
ผลที่คาดหวังจากโครงการนี้คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยถ่านชีวภาพที่ได้จากกระบวนการนี้สามารถนำไปใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีในแปลงเกษตร ช่วยกักเก็บคาร์บอนในดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิตในภาคเกษตรกรรม นอกจากนี้การพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวยังสามารถขยายผลไปสู่การใช้งานในระดับชุมชนและเกษตรกรรายย่อยได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
การสนับสนุนจาก NRF ในโครงการนี้ไม่เพียงแค่เป็นการลดปริมาณการเผาและหมอกควัน แต่ยังเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่มุ่งเน้นการใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ NRF มุ่งหวังว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ที่สามารถขยายผลไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ และเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาในระดับนานาชาติต่อไป
NRF เชื่อมั่นว่า การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศ แต่ยังช่วยส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ประเทศคู่ค้าหลักอย่างสหภาพยุโรป (EU) ได้กำหนดมาตรการทางสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น การเป็นประเทศที่สามารถผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ยอดนิยม
Lodon JetX ฉลองความสำเร็จก้าวสู่ 50 สาขาร่วมกับบางจากฯ พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายสู่ 300 สาขาภายในปี 2571
AssetWise เข้าร่วมโครงการสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” จัดเต็มคอนโด 25 โครงการ เพิ่มโอกาสคนไทยเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้ง่ายขึ้น
TRT เปิดเกมโตระลอกใหม่ รุกส่งออก หลังตุน Backlog หม้อแปลงทะลุ 3.4 พันล้านบาท
NOBLE ได้รับสถานะในระดับสูงสุดเป็น “CAC Change Agent” ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส