กระดานข่าว

SELIC แกร่ง! รายได้แตะ 1,624 ลบ. พุ่ง 10.8% บอร์ดใจดีปันผลเป็นหุ้น 30:1 และเงินสด 0.02217 บ./หุ้น


02 มีนาคม 2566
บมจ. ซีลิค คอร์พ หรือ SELIC แกร่ง! รายได้แตะ 1,624 ลบ. เติบโต 10.8% พร้อมสร้างนวัตกรรมการยึดติด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น มองตลาดกาวอุตสาหกรรมเติบโต ด้านผู้บริหาร “ยุวดี  เอี่ยมสนธิทรัพย์ ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีลิค คอร์พ มุ่งเน้นสร้างการเติบโต ทั้งธุรกิจกาวอุตสาหกรรม-สติ๊กเกอร์-ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หวังเห็นผลลัพธ์จากโครงการลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ชัดเจนในปีนี้ บอร์ดใจดี ปันผลเป็นหุ้น 30:1 และเงินสด 0.02217 บ./หุ้น ขึ้น XD 08 พ.ค. นี้

SELIC_Yuwadee.jpg
นางสาวยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC เปิดเผยว่า บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2565 (ม.ค.-ธ.ค.2565) รายได้รวม 1,624.70 ล้านบาท เติบโต 10.8% จากปี 2564 จากการเติบโตของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว และการรวมผลการดําเนินงานของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเข้ามาในเดือนกันยายน 2565 ส่งผลให้ทั้งปี บริษัทฯ มีกำไรมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 39.70 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2565 รายได้รวมอยู่ที่ 440.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากไตรมาสก่อน และ 17.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีการรวมผลการดําเนินงานของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเข้ามาด้วยทั้งไตรมาส Iรวมถึงมีการเตรียมความพร้อมในการเริ่มต้นผลิตสินค้าของบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่ยังไม่รับรู้รายได้ โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ภายใน ไตรมาส 1 ปี 2566

ทั้งนี้ ซีลิคมีรายได้จากการขายและบริการจากการดําเนินงานธุรกิจสามประเภท คือ 1.ธุรกิจกาวอุตสาหกรรม 2.ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว และ 3.ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งจําหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนการขายและบริการของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมอยู่ที่ 42% ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอยู่ที่ 55% และธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอยู่ที่ 4% ในปี 2565 โดยในปี 2566 สัดส่วนของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อบริษัทรวมผลการดําเนินงานทั้งปีงบประมาณ รวมถึงรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นจากบริษัทย่อยของกลุ่มนี้จะเริ่มรับรู้ ภายในในไตรมาส1/2566

“ซีลิค ไม่ได้หยุดนิ่งที่จะมุ่งขยายฐานธุรกิจไปในภาคธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “นวัตกรรมการยึดติด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” จึงเป็นที่มาของการเข้าไปลงทุนในธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยซื้อสินทรัพย์ภายใต้ตราสินค้า นีโอพลาสท์และ นีโอบัน และการเข้าถือหุ้นในบริษัท เทวกรรมโอสถ จํากัด และเริ่มรวมผลกําไรดําเนินงานของกลุ่มธุรกิจนี้ในเดือนกันยายน 2565 เป็นต้นมา โดยในปีก่อนเราได้ปูความพร้อมในส่วนของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ จนทำให้สามารถรับรู้รายได้จาก Segment นี้ได้เต็มส่วนในปีที่ผ่านมา ซึ่งสุดท้ายนี้ก็จะส่งผลต่อการเติบโตของกลุ่มซีลิคเช่นกัน” นางสาวยุวดี  กล่าว

นางสาวยุวดี  กล่าวเสริมว่า บริษัทฯ คาดตลาดกาวอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะกลับดีขึ้นในปี 2566 โดยซีลิคยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตของรายได้ จากทั้งธุรกิจกาวอุตสาหกรรม ธุรกิจสติ๊กเกอร์ และธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพตามกลยุทธ์ที่วางไว้ และคาดว่าจะเห็นผลลัพธ์จากโครงการลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของรายได้อย่างชัดเจนในปี 2566 รวมถึงขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น และขยายไปยังตลาดต่างประเทศที่เศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดีและมีกําลังซื้อสูง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนด้วยการร่วมทุน หรือการซื้อกิจการ เพื่อที่จะเป็นการผลักดันการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ก่อนการลงทุนในแต่ละโครงการจะผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ และเป็นไปตามหลักการและขั้นตอนของนโยบายการลงทุน เพื่อพิจารณาให้ถี่ถ้วนถึงผลประโยชน์สูงสุดที่บริษัทและผู้ถือหุ้นพึงได้รับ โดยเน้นที่ธุรกิจที่ต่อยอดจากธุรกิจหลักทั้งสองของบริษัท และธุรกิจด้านการแพทย์ หรือด้านเทคโนโลยีเป็นต้น

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 ได้มีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นหุ้นปันผลและเงินสด โดยจ่ายปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 30:1 และจ่ายปันผลเป็นเงินสดอัตรา 0.02217 บาท/หุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 8 พ.ค. 2566 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุม หรือ Record date ในวันที่ 9 พ.ค. 2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณามติดังกล่าวในวันที่ 27 เมษายน 2566 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 7 โรงแรมทองธารา กรุงเทพฯ