ค่าเงินบาทอยู่จุดไหนเหมาะสม? หลังแข็งค่าไปแล้วกว่า 10% อาจกระทบส่งออกสูงถึง 1.3 แสนลบ.
เงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.85-33.05 บาท/ดอลลาร์ 
ด้านดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐและ US Treasury yields เคลื่อนไหว Sideways หลังเลข PMI ภาคการผลิต สหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด แต่ภาคบริการดีกว่าคาดเล็กน้อย
ขณะที่หอการค้าไทยและภาคเอกชน เรียกร้องให้ กนง. ปรับลดดอกเบี้ยเพื่อลดผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าถึง 10% ใน 3 เดือน ซึ่งกระทบกับส่งออกและ ท่องเที่ยวไทย ซ้ำทำให้ต้นทุนการผลิตสูงและความสามารถในการแข่งขัน ไทย-ตลาดโลกต่ำลง มองอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมอยู่ที่ 34 บาท/ดอลลาร์
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมิน ค่าเงินบาททยอยแข็งค่าเร็วและแรง ตามกลไกของ DOLLAR INDEX ที่อ่อนค่า ตั้งแต่ต้นไตรมาส ค่าเงินบาท แข็งค่ากว่า 10.3%(QTD) ซึ่งหากค่าเงินบาทแข็งค่าอยู่ระดับ
ดังกล่าว จนถึงสิ้นปีอาจกระทบต่อภาคการส่งออกสูงถึง 1.3 แสนล้านบาท (ตามการคาดการณ์ของตลาดฯ)
ทั้งนี้จากข้อมูลในอดีต เวลาเงินบาทแข็งค่า มักกดดันให้สัดส่วน “มูลค่าส่งออก/GDP ลดลง” โดยมีค่า CORRELATION ระหว่างกันสูงถึง 0.7
ดังนั้นลุ้น กนง. ลดดอกเบี้ยภายในปีนี้ เพื่อพยุงภาคส่งออก และการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนสูงถึง 65-70% ของมูลค่า GDP ไทย และช่วยพยุงค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าไปมากกว่านี้ ซึ่งหากมีการลดดอกเบี้ยจริง จะช่วยหนุน UPSIDE ของ TARGET SET ปีนี้ราว 60 จุด
ยอดนิยม
BCP ปี 68 ฟันกำไร 2.88 พันลบ. หลังอัตราการกลั่นสูงขึ้นทำนิวไฮ ล่าสุดเข้าซื้อกิจการ “Chevron Hong Kong”
AOT ไตรมาสแรกกำไรสุทธิลด แม้รายได้กิจการการบินเพิ่มขึ้น แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่า 448 ลบ.
TOP โชว์แกร่งปี 68 โกยกำไร 1.4 หมื่นล้าน พุ่ง 46% บุ๊กกำไรพิเศษ พร้อมแจกปันผล 1 บาท
ต่างชาติซื้อหุ้นไทย สะสม 4.4 หมื่นลบ. สูงสุดในรอบ 4 ปี นักวิเคราะห์ชี้มีโอกาสไหลเข้าต่อ