Talk of The Town
ADVANC-TRUE หมดรอบแล้ว โบรกฯ ชี้ราคาหุ้นถูกซื้อมากเกินไป สวนทางรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ถึงจุดอิ่มตัว
11 กันยายน 2567
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มหุ้นสื่อสารเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ปรับขึ้นมาอย่างร้อนแรง แต่ในวันที่ 10 ก.ย. ก็เริ่มทยอยปรับตัวลดลงมาทั้ง ADVANC และ TRUE ซึ่งทำให้นักลงทุนเริ่มที่จะต้องข้อสงสัยถึงการลงทุนในกลุ่มดังกล่าวว่าจะยังมีโอกาสมากน้อยเพียงใด เราจึงได้ยกมุมมองจากนักวิเคราะห์มาให้ชมกัน

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองถึงกลุ่มผู้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ การปรับราคาที่ง่ายจะจบลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งโมเมนตัมการเติบโตรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของทั้งอุตสาหกรรมจะอยู่ในระดับที่ช้าลงในปี 2568 เนื่องจากเริ่มมาตรการช่วยเหลือราคาปลีกระหว่างไตรมาส 2/66-3/66 และคาดจะสิ้นสุดในไตรมาส 3/67-4/67
สำหรับรายได้ของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโตอยู่ที่ 1% ระหว่างไตรมาส 1/66 - 2/66 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.1% - 4.5% ระหว่างไตรมาส 4/66 ถึง 2/67 ซึ่งคาดว่ารายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในครึ่งหลังปีนี้จะขยายตัวขึ้น 5% และของทั้งอุตสาหกรรมในปี 2568-76 จะเติบโตขึ้น 2%-4% จากความสมดุลของการแข่งขันที่เสถียรและไม่มีการแทรกแซงด้านหลักเกณฑ์
ขณะที่บริการอินเตอร์เน็ตบ้านยังเติบโตได้ แม้อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว แต่คาดว่าอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ตบ้านจะยังขยายตัวขึ้นอีก หากเปรียบเทียบกับคาดการณ์อัตราเติบโตของรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมของที่ 2-4% ในปี 2568-76 คาดว่ารายได้ของอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ตบ้านรวมจะขยายตัวขึ้น 4.8-6.9% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ส่วนการประมูลคลื่นความถี่หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน เชื่อว่าผลการประมูลคลื่นความถี่ในปี 2568 จะเพิ่มโครงสร้างฐานกำไรสุทธิของ ADVANC และ TRUE ตั้งแต่ไตรมาส 3/68 เป็นต้นไป และส่งผลให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นอีกอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ เชื่อว่าส่วนแบ่งของการถือครองแบนด์วิดท์ (เฉพาะแบนด์ต่ำและแบนด์กลาง) หลังการประมูลจะปรับดีขึ้นเช่นกัน ซึ่งคาดจะช่วยยืดระยะเวลาของการแข่งขันให้ยังอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง อย่างไรก็ดีการประมูลคลื่นความถี่จะมาพร้อมกับความไม่แน่นอน
ดังนั้น จึงได้ลดมุมมองการลงทุนต่อกลุ่มโทรคมนาคมจากบวกเป็นกลาง เนื่องจากราคาหุ้นของกลุ่มถูกซื้อมากจนเกินไปจากราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยหนุนคาดจะมาจากอำนาจในการกำหนดราคาที่ดีขึ้น, การประหยัดต้นทุนที่ดีขึ้น, capex ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น, การบริหารเงินทุนในเชิงรุกมากขึ้นและขั้นตอนการประมูลที่เอื้อประโยชน์มากขึ้น
ขณะที่ปัจจัยฉุด คาดจะมาจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง, การแทรกแซงด้านหลักเกณฑ์, การแข่งขันด้านราคาที่กลับมา, การลงทุนก้อนใหญ่ในธุรกิจที่สร้างผลขาดทุนนอกกลุ่มโทรคมนาคมและการประมูลที่ไม่ราบรื่น
อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการกำไรสุทธิและราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ไว้ตามเดิม แต่ลดคำแนะนำ ADVANC, TRUE และ INTUCH ลงจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” จากเหตุผลด้านมูลค่า โดยไม่มีหุ้นเด่นในกลุ่มขณะนี้ แต่หากอิงจากมูลค่าปัจจุบัน ความชอบเรียงจาก TRUE, INTUCH และ ADVANC

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองถึงกลุ่มผู้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ การปรับราคาที่ง่ายจะจบลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งโมเมนตัมการเติบโตรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของทั้งอุตสาหกรรมจะอยู่ในระดับที่ช้าลงในปี 2568 เนื่องจากเริ่มมาตรการช่วยเหลือราคาปลีกระหว่างไตรมาส 2/66-3/66 และคาดจะสิ้นสุดในไตรมาส 3/67-4/67
สำหรับรายได้ของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโตอยู่ที่ 1% ระหว่างไตรมาส 1/66 - 2/66 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.1% - 4.5% ระหว่างไตรมาส 4/66 ถึง 2/67 ซึ่งคาดว่ารายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในครึ่งหลังปีนี้จะขยายตัวขึ้น 5% และของทั้งอุตสาหกรรมในปี 2568-76 จะเติบโตขึ้น 2%-4% จากความสมดุลของการแข่งขันที่เสถียรและไม่มีการแทรกแซงด้านหลักเกณฑ์
ขณะที่บริการอินเตอร์เน็ตบ้านยังเติบโตได้ แม้อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว แต่คาดว่าอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ตบ้านจะยังขยายตัวขึ้นอีก หากเปรียบเทียบกับคาดการณ์อัตราเติบโตของรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมของที่ 2-4% ในปี 2568-76 คาดว่ารายได้ของอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ตบ้านรวมจะขยายตัวขึ้น 4.8-6.9% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ส่วนการประมูลคลื่นความถี่หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน เชื่อว่าผลการประมูลคลื่นความถี่ในปี 2568 จะเพิ่มโครงสร้างฐานกำไรสุทธิของ ADVANC และ TRUE ตั้งแต่ไตรมาส 3/68 เป็นต้นไป และส่งผลให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นอีกอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ เชื่อว่าส่วนแบ่งของการถือครองแบนด์วิดท์ (เฉพาะแบนด์ต่ำและแบนด์กลาง) หลังการประมูลจะปรับดีขึ้นเช่นกัน ซึ่งคาดจะช่วยยืดระยะเวลาของการแข่งขันให้ยังอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง อย่างไรก็ดีการประมูลคลื่นความถี่จะมาพร้อมกับความไม่แน่นอน
ดังนั้น จึงได้ลดมุมมองการลงทุนต่อกลุ่มโทรคมนาคมจากบวกเป็นกลาง เนื่องจากราคาหุ้นของกลุ่มถูกซื้อมากจนเกินไปจากราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยหนุนคาดจะมาจากอำนาจในการกำหนดราคาที่ดีขึ้น, การประหยัดต้นทุนที่ดีขึ้น, capex ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น, การบริหารเงินทุนในเชิงรุกมากขึ้นและขั้นตอนการประมูลที่เอื้อประโยชน์มากขึ้น
ขณะที่ปัจจัยฉุด คาดจะมาจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง, การแทรกแซงด้านหลักเกณฑ์, การแข่งขันด้านราคาที่กลับมา, การลงทุนก้อนใหญ่ในธุรกิจที่สร้างผลขาดทุนนอกกลุ่มโทรคมนาคมและการประมูลที่ไม่ราบรื่น
อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการกำไรสุทธิและราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ไว้ตามเดิม แต่ลดคำแนะนำ ADVANC, TRUE และ INTUCH ลงจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” จากเหตุผลด้านมูลค่า โดยไม่มีหุ้นเด่นในกลุ่มขณะนี้ แต่หากอิงจากมูลค่าปัจจุบัน ความชอบเรียงจาก TRUE, INTUCH และ ADVANC
ยอดนิยม
CPALL งบปี 68 มีกำไร 2.82 หมื่นลบ. หลังมียอดขายจากร้าน 7-11 กว่า 4.62 แสนลบ. บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 1.65 บาท ขึ้น XD 30 เม.ย.
THAI พลิกมีกำไรสุทธิ 3.09 หมื่นลบ. จากปีก่อนขาดทุน 2.6 หมื่นลบ. บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 0.21 บาท
KTB อนุมัติปันผลอีก 2.24 บาท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 เม.ย.นี้ กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 30 เม.ย. 69
BH งานเข้า! โบรกฯ แนะ “ขาย” หลังการโตจำกัด เหตุแผนการเปิดโรงพยาบาลใหม่ล่าช้า