Talk of The Town
ส่อง 2 ปัจจัยหนุนหุ้นไทยได้สิทธิไปต่อ ต่างชาติซื้อ4วันติด - ไทยแลนด์โฟกัส คาดวันนี้วิ่งในกรอบ 1,355-1,370 จุด
29 สิงหาคม 2567
ตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมามีความหวังมีสิทธิไปต่อ จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง 4 วันติด มูลค่า 6.2 ล้านบาท และงานไทยแลนด์โฟกัส ที่มีส่วนสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนสถาบันต่างชาติให้กลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นไทย

บล.ฟิลลิป มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (29 ส.ค.) แกว่งตัวในกรอบ 1,355- 1,370 จุด คาดช่วงเช้าตลาดจะย่อลงก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นระหว่างวัน โดยมองแรงกดดันมาจาก Sentiment ลบจากภายนอก
หลังตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง นำโดยดัชนี Nasdaq โดยปรับตัวลงกว่า 1.12% รับแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีหลัง SMCI ขอเลื่อนการส่งรายงานประจำปี 67 โดยไม่ได้มีเหตุผลด้านสภาพคล่องหรือค่าใช้จ่าย คาดจะกดดันต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ
ด้านผลประกอบการไตรมาส 2/67 ของหุ้น Nvidia ออกมามีรายได้ $30.04 พันล้าน มากกว่าที่ตลาดคาดที่ $28.68 พันล้าน ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 50.68 มากกว่าที่ตลาดคาดที่ $0.64 แต่เนื่องจากผลประกอบการออกมาหลังตลาดปิดทำการจึงไม่ได้ช่วยหนุนราคาหุ้นหรือดัชนีตลาดมากนัก
ขณะที่ปัจจัยหนุนมาจาก 1) การเข้าซื้อหุ้นของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยวานนี้ซื้อสุทธิไปมูลค่ากว่า 1,761.07 ล้านบาท ทำให้มูลค่าการซื้อสุทธิรวม 4 วันอยู่ที่ 6,237.98 ล้านบาท ด้านตลาดตราสารหนี้มีแรงซื้อสุทธิเข้ามาเช่นกัน โดยซื้อในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวกว่า 10,910 ล้านบาท และมีแรงขายในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น 971 ล้านบาท ทำให้ค่าเงินบาทเดินหน้าแข็งค่าทดสอบระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ เป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่มที่มีสัดส่วนนำเข้าสูง เช่น หุ้นที่ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ + มือถือ
2) แรงหนุนงาน Thailand Focus 2024 หลังจบวันแรกของการจัดง้านไป โดยมีตัวแท่นจากฝั่งบริษัทจดทะเบียน เช่น BCP WHA BH GULF ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ รวมถึงผู้ว่าการธปท. และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มองสร้างความเชื่อมั่น และแรงหนุนให้ Domestic Stock
ส่วนคืนนี้ติดตามตัวเลข GDP สหรัฐประจำไตรมาส 2 และ PCE/Core PCE เดือน ก.ค.เพื่อคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ และ นโยบายการเงินเฟด

บล.ฟิลลิป มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (29 ส.ค.) แกว่งตัวในกรอบ 1,355- 1,370 จุด คาดช่วงเช้าตลาดจะย่อลงก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นระหว่างวัน โดยมองแรงกดดันมาจาก Sentiment ลบจากภายนอก
หลังตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง นำโดยดัชนี Nasdaq โดยปรับตัวลงกว่า 1.12% รับแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีหลัง SMCI ขอเลื่อนการส่งรายงานประจำปี 67 โดยไม่ได้มีเหตุผลด้านสภาพคล่องหรือค่าใช้จ่าย คาดจะกดดันต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ
ด้านผลประกอบการไตรมาส 2/67 ของหุ้น Nvidia ออกมามีรายได้ $30.04 พันล้าน มากกว่าที่ตลาดคาดที่ $28.68 พันล้าน ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 50.68 มากกว่าที่ตลาดคาดที่ $0.64 แต่เนื่องจากผลประกอบการออกมาหลังตลาดปิดทำการจึงไม่ได้ช่วยหนุนราคาหุ้นหรือดัชนีตลาดมากนัก
ขณะที่ปัจจัยหนุนมาจาก 1) การเข้าซื้อหุ้นของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยวานนี้ซื้อสุทธิไปมูลค่ากว่า 1,761.07 ล้านบาท ทำให้มูลค่าการซื้อสุทธิรวม 4 วันอยู่ที่ 6,237.98 ล้านบาท ด้านตลาดตราสารหนี้มีแรงซื้อสุทธิเข้ามาเช่นกัน โดยซื้อในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวกว่า 10,910 ล้านบาท และมีแรงขายในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น 971 ล้านบาท ทำให้ค่าเงินบาทเดินหน้าแข็งค่าทดสอบระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ เป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่มที่มีสัดส่วนนำเข้าสูง เช่น หุ้นที่ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ + มือถือ
2) แรงหนุนงาน Thailand Focus 2024 หลังจบวันแรกของการจัดง้านไป โดยมีตัวแท่นจากฝั่งบริษัทจดทะเบียน เช่น BCP WHA BH GULF ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ รวมถึงผู้ว่าการธปท. และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มองสร้างความเชื่อมั่น และแรงหนุนให้ Domestic Stock
ส่วนคืนนี้ติดตามตัวเลข GDP สหรัฐประจำไตรมาส 2 และ PCE/Core PCE เดือน ก.ค.เพื่อคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ และ นโยบายการเงินเฟด
ยอดนิยม
หุ้นไทยโหมดพุ่งไม่พัก! 6 วันบวกแรง 82 จุด เหลืออีกแค่ 70 จุด ชนเป้าปี 69 โบรกฯ
เม็ดเงินกำลังย้ายขั้ว! หลังอินโดฯ เสี่ยงถูกลดน้ำหนัก MSCI เปิดทาง Fund Flow ไหลเข้า “หุ้นไทย”
GULF จับมือ Google Cloud “สารัชถ์” ชี้เพื่อผลักดันให้กลุ่มบริษัท ก้าวสู่การเป็นผู้นำในยุค AI
สรุปงบหุ้นกลุ่ม “ธนาคาร” KBANK ครองแชมป์ กำไรสูงสุดประจำปี 68 KTB เบียดแซง BBL-SCB ขึ้นเบอร์ 2