กระดานข่าว
‘AIMIRT’ โชว์ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 67 แข็งแกร่ง จ่ายปันผลสูงต่อเนื่อง ก่อนเตรียมปิดดีลแปลงสภาพ ‘PPF’ ตามแผน
17 พฤษภาคม 2567
กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 แข็งแกร่ง พร้อมประกาศจ่ายปันผล 4 เดือนแรกของปี 2567 จากผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2567 รวมทั้งสิ้น 0.2867 บาทต่อหน่วย ก่อนเดินหน้าปิดดีลการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ เข้ารวมกับกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการครั้งประวัติศาสตร์ของกองทุนรวมอสังหาฯ และกองรีทในประเทศไทย หนุนผลประโยชน์ร่วม มั่นใจผู้ถือหน่วยสองฝ่ายได้ประโยชน์รอบด้าน

นางสาวญาณิชศา ชาติวุฒิกอบกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 สำหรับงวดการดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 1/2567 กองทรัสต์มีรายได้รวม 219 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ (การเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน) 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 31% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยผลการดำเนินงานที่มั่นคงแข็งแกร่งสะท้อนมาจากปัจจัยพื้นฐานของทรัพย์สินในพอร์ตของกองทรัสต์ที่มีศักยภาพ โดยในไตรมาส 1/2567 กองทรัสต์ยังคงรักษาอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยที่สูงโดดเด่นถึง 94% และมีอัตราการต่ออายุสัญญาเช่าที่ 100% โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล 4 เดือนแรกของปี 2567 จากผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2567 และจากกำไรสะสมที่เกิดขึ้นก่อนเข้าลงทุนในกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ ในอัตรารวม 0.2867 บาทต่อหน่วย เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในวันที่ 13 มิถุนายนนี้
นายจรัสฤทธิ์ อรรถเวทยวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มีการเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยปัจจุบันกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ เป็นกองรีทอิสระรายแรกและรายเดียวที่มีทรัพย์สินภายใต้บริหารจัดการกว่า 11,000 ล้านบาท โดยขนาดทรัพย์สินหลังรวมกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ เข้ามา จะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 20% จนแตะระดับ 13,000 ล้านบาท และจะส่งผลให้กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพสูงขึ้นอีกหลายด้าน ทั้งในเรื่องการกระจายตัวของพอร์ตทรัพย์สิน โดยเฉพาะในแง่ของทำเลที่ตั้งที่จะมีการกระจายตัวไปในจุดยุทธศาสตร์ EEC มากขึ้น และสัดส่วนทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ (Freehold) ที่จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นประมาณ 67% ถือเป็นโอกาสในการขยายพอร์ตที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายในการบริหารกองทรัสต์ให้เติบโตอย่างมั่นคง ต่อเนื่อง และยั่งยืน โดยการเข้าลงทุนในกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ ในครั้งนี้ ถือเป็นพัฒนาการด้านการลงทุนครั้งสำคัญของกองทุนรวมอสังหาฯ และกอง REIT ในประเทศไทย ที่เป็นการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาฯ ข้ามค่ายมาควบรวมกับกองทรัสต์อิสระเป็นครั้งแรก ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ และกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ทั้งในด้านการเติบโตในอนาคตและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น
นายธนาเดช โอภาสยานนท์ กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า การแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ เข้ารวมกับกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ จะดำเนินการโดยการออกหน่วยทรัสต์ใหม่ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ พร้อมเงินสดให้แก่กองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ โดยมีอัตราการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนกับหน่วยทรัสต์ (Swap Ratio) ที่ 1 หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ ต่อ 0.8731 หน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ พร้อมเงินสดจํานวน 0.7500 บาทต่อ 1 หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ โดยการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ ครั้งนี้ ไม่ต้องระดมทุนจากผู้ถือหน่วยทรัสต์ปัจจุบันของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ เนื่องจากเป็นการนำหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ที่ออกใหม่มาสับเปลี่ยนกับหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ (Share Swap) ซึ่งจะเป็นการขยายฐานผู้ถือหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ และช่วยให้หน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มีเสถียรภาพและสภาพคล่องเพิ่มขึ้น
โดยผู้จัดการกองทรัสต์เชื่อมั่นว่า การเข้าลงทุนในกองทุนรวมอสังหา ‘PPF’ ครั้งนี้ ตอบโจทย์การขยายพอร์ตทรัพย์สินอย่างมั่นคงของกองทรัสต์ได้เป็นอย่างดี และเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของการเป็น ‘รีทอิสระ’ รายแรกในประเทศของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ที่สามารถเลือกเข้าลงทุนในทรัพย์สินที่มีศักยภาพได้อย่างหลากหลายและคำนึงถึงผลประโยชน์ของนักลงทุนเป็นสำคัญ สำหรับแนวทางการเติบโตในอนาคต กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ยังคงมีนโยบายในการลงทุนในทรัพย์สินภาคอุตสาหกรรมที่หลากหลายเพิ่มเติมเพื่อขยายพอร์ตทรัพย์สินที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยการอยู่บนแพลตฟอร์ม ‘รีทอิสระ’ ทำให้กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มีโอกาสที่ดีในการเจรจาเข้าลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพ บนทำเลที่ดี ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้อย่างยั่งยืน

นางสาวญาณิชศา ชาติวุฒิกอบกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 สำหรับงวดการดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 1/2567 กองทรัสต์มีรายได้รวม 219 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ (การเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน) 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 31% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยผลการดำเนินงานที่มั่นคงแข็งแกร่งสะท้อนมาจากปัจจัยพื้นฐานของทรัพย์สินในพอร์ตของกองทรัสต์ที่มีศักยภาพ โดยในไตรมาส 1/2567 กองทรัสต์ยังคงรักษาอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยที่สูงโดดเด่นถึง 94% และมีอัตราการต่ออายุสัญญาเช่าที่ 100% โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล 4 เดือนแรกของปี 2567 จากผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2567 และจากกำไรสะสมที่เกิดขึ้นก่อนเข้าลงทุนในกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ ในอัตรารวม 0.2867 บาทต่อหน่วย เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในวันที่ 13 มิถุนายนนี้
นายจรัสฤทธิ์ อรรถเวทยวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มีการเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยปัจจุบันกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ เป็นกองรีทอิสระรายแรกและรายเดียวที่มีทรัพย์สินภายใต้บริหารจัดการกว่า 11,000 ล้านบาท โดยขนาดทรัพย์สินหลังรวมกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ เข้ามา จะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 20% จนแตะระดับ 13,000 ล้านบาท และจะส่งผลให้กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพสูงขึ้นอีกหลายด้าน ทั้งในเรื่องการกระจายตัวของพอร์ตทรัพย์สิน โดยเฉพาะในแง่ของทำเลที่ตั้งที่จะมีการกระจายตัวไปในจุดยุทธศาสตร์ EEC มากขึ้น และสัดส่วนทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ (Freehold) ที่จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นประมาณ 67% ถือเป็นโอกาสในการขยายพอร์ตที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายในการบริหารกองทรัสต์ให้เติบโตอย่างมั่นคง ต่อเนื่อง และยั่งยืน โดยการเข้าลงทุนในกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ ในครั้งนี้ ถือเป็นพัฒนาการด้านการลงทุนครั้งสำคัญของกองทุนรวมอสังหาฯ และกอง REIT ในประเทศไทย ที่เป็นการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาฯ ข้ามค่ายมาควบรวมกับกองทรัสต์อิสระเป็นครั้งแรก ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ และกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ทั้งในด้านการเติบโตในอนาคตและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น
นายธนาเดช โอภาสยานนท์ กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า การแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ เข้ารวมกับกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ จะดำเนินการโดยการออกหน่วยทรัสต์ใหม่ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ พร้อมเงินสดให้แก่กองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ โดยมีอัตราการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนกับหน่วยทรัสต์ (Swap Ratio) ที่ 1 หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ ต่อ 0.8731 หน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ พร้อมเงินสดจํานวน 0.7500 บาทต่อ 1 หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ โดยการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ ครั้งนี้ ไม่ต้องระดมทุนจากผู้ถือหน่วยทรัสต์ปัจจุบันของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ เนื่องจากเป็นการนำหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ที่ออกใหม่มาสับเปลี่ยนกับหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาฯ ‘PPF’ (Share Swap) ซึ่งจะเป็นการขยายฐานผู้ถือหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ และช่วยให้หน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มีเสถียรภาพและสภาพคล่องเพิ่มขึ้น
โดยผู้จัดการกองทรัสต์เชื่อมั่นว่า การเข้าลงทุนในกองทุนรวมอสังหา ‘PPF’ ครั้งนี้ ตอบโจทย์การขยายพอร์ตทรัพย์สินอย่างมั่นคงของกองทรัสต์ได้เป็นอย่างดี และเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของการเป็น ‘รีทอิสระ’ รายแรกในประเทศของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ที่สามารถเลือกเข้าลงทุนในทรัพย์สินที่มีศักยภาพได้อย่างหลากหลายและคำนึงถึงผลประโยชน์ของนักลงทุนเป็นสำคัญ สำหรับแนวทางการเติบโตในอนาคต กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ยังคงมีนโยบายในการลงทุนในทรัพย์สินภาคอุตสาหกรรมที่หลากหลายเพิ่มเติมเพื่อขยายพอร์ตทรัพย์สินที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยการอยู่บนแพลตฟอร์ม ‘รีทอิสระ’ ทำให้กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มีโอกาสที่ดีในการเจรจาเข้าลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพ บนทำเลที่ดี ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้อย่างยั่งยืน
ยอดนิยม
NCL ปี 68 ฟื้นตัวต่อเนื่องรายได้ 861 ล้านบาทโต 24% ชี้ธุรกิจ “ส่งเสริมการป้องกันประเทศ” ดันกลุ่มบริษัทเติบโตสูง
ออริจิ้น แต่งตั้ง ALL WELL Corp เป็น Exclusive Agent ดัน Grand Hampton Thonglor สู่เครือข่ายนักลงทุนระดับมหาเศรษฐีทั่วโลก
ปตท. และ โออาร์ ตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ตอบรับนโยบายรัฐบาล ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน
SMO เปิดบ้านต้อนรับสื่อ กางโรดแมปปี 2569 ชูแผนขยายธุรกิจ เร่งขยายกำลัง–เพิ่มขีดแข่งขัน หนุนการเติบโตยั่งยืน