Talk of The Town

2 บิ๊กรับเหมาโค้งแรกอ่วม! ผลงานแย่ ฉุดงบพลิกขาดทุน


07 พฤษภาคม 2567
บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย อย่าง บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC ไตรมาส 1/67 กำลังจะมีผลขาดทุนเกิดขึ้น แต่จะด้วยสาเหตุอะไร Share2Trade หาคำตอบมาให้แล้ว

2 บิ๊กรับเหมาโค้งแรกอ่วม.jpg

CK ขาดทุนเล็กน้อย
เริ่มกันที่ CK นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า CK จะประกาศผลประกอบการในวันที่ 15 พ.ค. นี้ คาดผลประกอบการไตรมาส 1/67 ขาดทุนเล็กน้อย 8 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อน มีกำไร 156 ล้านบาท และในช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 217 ล้านบาท 

โดยเนื่องจาก ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในไตรมาส 1/67 คาดจะลดลงเหลือเพียง 72 ล้านบาท ลดลง 64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 85% จากไตรมาสก่อน  ถูกกดดันจากรับรู้ขาดทุนจาก CKP (CK ถือหุ้น 30%) 141 ล้านบาท และรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบาง (CK ถือหุ้น 20%) 113 ล้านบาท ในขณะที่คาดจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก BEM (CK ถือหุ้น 35.5%) 326 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม CK มี Backlog ณ สิ้นปี 2566 ที่สูง 1.3 แสนล้านบาท อนาคตมีแนวโน้มจะได้งานเพิ่มจากบริษัทลูก เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.27 แสนล้านบาท ซึ่ง BEM ชนะการประมูลแล้วรอรัฐบาลชุดใหม่อนุมัติ 
โครงการทางด่วน 2 ชั้น งามวงศ์วาน – พระรามเก้า ดำเนินการลงทุนโดย BEM มูลค่าลงทุน 35,000 ล้านบาท ปัจจุบันกำลังทำ EIA คาดได้ข้อสรุปและเสนอให้ ครม.ใหม่ได้ภายในปี 2567 นี้ 

และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้งาน M&E 2.7 หมื่นล้านบาท มีแนวโน้มที่ BEM จะได้เดินรถต่อเนื่องจาก รถไฟฟ้าสายสีม่วงเหนือ บางใหญ่ – เตาปูน จะทำให้ Backlog เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 แสนล้านบาท เข้าสู่ New S-Curve

ดังนั้นคาดกำไรปกติปี 2567 จะเติบโตดีต่อเนื่องอีก 40% สู่ระดับ 2,040 ล้านบาท แรงหนุนจากงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบางมูลค่าโครงการ 99,788 ล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และ รถไฟทางคู่ เด่นชัย - เชียงราย- เชียงของ ที่เร่งตัวมากขึ้น คาดยอดรับรู้รายได้ 37,800 ล้านบาท เติบโต 4% และ ยังได้แรงหนุนเพิ่มจากส่วนแบ่งกำไรของ BEM และ CKP ที่เติบโต และ เงินปันผลรับจาก TTW คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 26 บาท

STEC คาดพลิกขาดทุน 22 ล้านบาท
ขณะที่ STEC นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดไตรมาส 1/67 พลิกเป็นขาดทุนปกติที่ 22 ล้านบาท จากไตรมาส 4/66 มีกำไรปกติ 74 ล้านบาท และไตรมาส 1/66 มีกำไรปกติ 171 ล้านบาท อ่อนแอกว่าเดิมที่ประเมินว่าจะทรงตัวจากไตรมาสก่อน

โดยถูกดดันจากรายได้ที่คาดชะลอลงเป็น 6,470 ล้านบาท ลดลง 19.7% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้ก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ที่อยู่ช่วงท้ายโครงการลดลง และไม่ได้รับรู้โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่สิ้นสุดไปในไตรมาส 4/66 
ขณะที่ GPM คาดชะลอลงเป็น 4.6% จาก 5.1% ในไตรมาส 4/66 และ 5.9% ในไตรมาส 1/66 จากสัดส่วนการรับรู้รายได้ที่เปลี่ยน และบริษัทยังมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมอุโมงค์บึงหนองบอนต่อเนื่อง 

นอกจากนี้คาดผลประกอบการจะถูกกดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนของรถไฟฟ้าสายเหลือง-สีชมพูมากขึ้นเป็น 122 ล้านบาท (ไตรมาส 4/66 ขาดทุนที่ 51 ล้านบาท) จากการรับรู้สายสีชมพูเต็มไตรมาสเป็นไตรมาสแรก รวมถึง STEC จะรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเป็น 35 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 9.57 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าหากไม่รวมสนามบินอู่ตะเภาที่ 2.7 หมื่นล้านบาทBacklog จะอยู่ที่ 6.86 หมื่นล้านบาท โดยโครงการที่อยู่ระหว่างการยื่นและรอผลประมูลคือ 1. ทางด่วนจตุโชติ-ลา ลูกกา

มูลค่า 1.94 หมื่นล้านบาท และ 2. รถไฟรางคู่ขอนแก่น-หนองคาย มูลค่า 2.94 หมื่นล้านบาท ขณะที่งานโครงการขนาดใหญ่อื่นๆ คาดจะทยอยเปิดประมูลในครึ่งหลังปี 67 เป็นต้นไป 

ส่วนในไตรมาส 2/67 จะรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าของ GULF ได้มากขึ้นหนุนรายได้ให้คาดฟื้นตัวไประดับ 7,000 ล้านบาทได้ แต่ยังต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพูต่อเนื่อง 

เบื้องต้นประเมินผลประกอบการในไตรมาส 2/67 จะฟื้นได้จากไตรมาสแรก เนื่องจากรายได้ที่สูงขึ้น, การรับรู้รายได้ปันผลจาก GULF และทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้เราประเมินว่าประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2567 ของฝ่ายวิจัยอาจมี Downside risk เบื้องต้นคาดปี 2567 มีกำไรปกติ 566 ล้านบาท เติบโต 12% จากปีก่อน

โดยลดคำแนะนำลงจาก ซื้อ เป็น TRADING ราคาเป้าหมาย 11.30 บาท เชิงกลยุทธ์ หากมีสถานะแนะนำขายทำ กำไร หรือ Switch ไป CK ที่ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PER ที่ถูกกว่า (19 เท่า) แต่หากไม่มีสถานะ แนะนำชะลอการลงทุน และรอดูอีกครั้งหลังงบออก


2 บิ๊กรับเหมาโค้งแรกอ่วม! 1-1 copy.jpg