จากการรวบรวมข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนพอร์ตการลงทุนของ "เฉลิมชัย มหากิจศิริ" หรือ ไฮโซกึ้ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการตลาดทุนไทย ในฐานะทายาทตระกูลมหากิจศิริ ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลดังที่ติดอันดับมหาเศรษฐีของประเทศไทย รวมทั้งยังมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) TTA

จากข้อมูลราคาหุ้น ณ วันที่ 24 เม.ย.2567 พบว่า ไฮโซกึ้ง มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3,696.33 ล้านบาท โดยไฮโซกึ้ง ใช้พอร์ตการลงทุน 2 ชื่อ ในนาม เฉลิมชัย มหากิจศิริ และ MR. CHALERMCHAI MAHAGITSIRI
สำหรับพอร์ตการลงทุน ภายใต้ชื่อ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ประกอบด้วย 7UP ถือหุ้น 29,000,000 หุ้นคิดเป็น 0.56% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 9.86 ล้านบาท
ANI ถือหุ้น 4,700,000 หุ้น คิดเป็น 0.25% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 21.62 ล้านบาท, III ถือหุ้น 12,692,899 หุ้น คิดเป็น 1.57% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 111 ล้านบาท
MILL ถือหุ้น 53,393,164 หุ้น คิดเป็น 0.87% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 10.14 ล้านบาท, PMTA ถือหุ้น 9,070,894 หุ้น คิดเป็น 8.96% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 83.45 ล้านบาท
PSTC ถือหุ้น 37,845,000 หุ้น คิดเป็น 1.60% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 18.92 ล้านบาท, RABBITถือหุ้น 250,000,000 หุ้น คิดเป็น 3.60% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 100 ล้านบาท
RABBIT-P ถือหุ้น 218,090,900 หุ้น คิดเป็น 0.88% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 89.41 ล้านบาท, SUC ถือหุ้น14,949600 หุ้น คิดเป็น 4.98% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 448.48 ล้านบาท
TFI ถือหุ้น 6,004,203,834 หุ้น คิดเป็น 35.68% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 540 ล้านบาท และ TTA ถือหุ้น 123,975,642 หุ้น คิดเป็น 6.80% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 756.25 ล้านบาท
ส่วนพอร์ตการลงทุนภายใต้ชื่อ MR. CHALERMCHAI MAHAGITSIRI มีการถือครองหุ้น 5 บริษัท ประกอบด้วย INOX จำนวน 789,570,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.13% คิดเป็นมูลค่า 386.88 ล้านบาท, PMTA จำนวน 6,543,628 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 6.47% คิดเป็นมูลค่า 60 ล้านบาท
TFI จำนวน 230,116,479 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.37% คิดเป็นมูลค่า 20.71 ล้านบาท, TOPP จำนวน 723,900 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 12.07% คิดเป็นมูลค่า 101 ล้านบาท และTTA จำนวน 153,703,517 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 8.43% คิดเป็นมูลค่า 937.59 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากข้อมูลข้างต้นพบว่ามีหุ้นบางส่วนปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ 7UP,ANI,III,MILL หลังจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ปรับปรุงเกณฑ์การเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหลักทรัพย์ ที่มีสัดส่วนการถือครองหลักทรัพย์ตั้งแต่ 0.5% ของทุนชำระแล้ว แต่ไม่น้อยกว่า 10 รายนั่นเอง
นอกจากนี้ จากข้อมูลดังกล่าว ยังพบว่า “ไฮโซกึ้ง” ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของ RABBIT รองจากกลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS
ล่าสุดผู้ถือหุ้นใหญ่ RABBIT ณ วันที่ 22 มี.ค. 2567 ประกอบด้วยบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดย บลจ. เมธา จำกัด ถือหุ้น 1,380,000,000 หุ้นคิดเป็น 19.87%บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 584,916,952 หุ้นคิดเป็น 8.42% บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 426,410,051หุ้น คิดเป็น 6.14%
นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ 250,000,000หุ้น คิดเป็น 3.60% EAST FOURTEEN LIMITED-DFA EMERG MARKET CORE EQ PORT 62,421,381หุ้น คิดเป็น 0.90%นาย ไชยยันต์ ชาครกุล 59,264,896หุ้น คิดเป็น 0.85% CGS International Securities Hong Kong Limited.47,029,700 หุ้นคิดเป็น 0.68% นาย น้ำ ชลสายพันธ์ 42,004,111 หุ้น คิดเป็น 0.60% นาย เด่นดนัย หุตะจูฑะ 39,410,000 หุ้น คิดเป็น 0.57% และนาย เณศร์ฐิรัช พงษ์นฤสรณ์ 38,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.55%
สำหรับบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า บริการ จำหน่าย และบริหารอย่างครบวงจร สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2566 มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,283.38 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 4,383.86 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนกำไรสุทธิ 1,208 ล้านบาท

จากข้อมูลราคาหุ้น ณ วันที่ 24 เม.ย.2567 พบว่า ไฮโซกึ้ง มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3,696.33 ล้านบาท โดยไฮโซกึ้ง ใช้พอร์ตการลงทุน 2 ชื่อ ในนาม เฉลิมชัย มหากิจศิริ และ MR. CHALERMCHAI MAHAGITSIRI
สำหรับพอร์ตการลงทุน ภายใต้ชื่อ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ประกอบด้วย 7UP ถือหุ้น 29,000,000 หุ้นคิดเป็น 0.56% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 9.86 ล้านบาท
ANI ถือหุ้น 4,700,000 หุ้น คิดเป็น 0.25% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 21.62 ล้านบาท, III ถือหุ้น 12,692,899 หุ้น คิดเป็น 1.57% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 111 ล้านบาท
MILL ถือหุ้น 53,393,164 หุ้น คิดเป็น 0.87% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 10.14 ล้านบาท, PMTA ถือหุ้น 9,070,894 หุ้น คิดเป็น 8.96% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 83.45 ล้านบาท
PSTC ถือหุ้น 37,845,000 หุ้น คิดเป็น 1.60% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 18.92 ล้านบาท, RABBITถือหุ้น 250,000,000 หุ้น คิดเป็น 3.60% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 100 ล้านบาท
RABBIT-P ถือหุ้น 218,090,900 หุ้น คิดเป็น 0.88% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 89.41 ล้านบาท, SUC ถือหุ้น14,949600 หุ้น คิดเป็น 4.98% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 448.48 ล้านบาท
TFI ถือหุ้น 6,004,203,834 หุ้น คิดเป็น 35.68% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 540 ล้านบาท และ TTA ถือหุ้น 123,975,642 หุ้น คิดเป็น 6.80% มีมูลค่าถือหุ้นอยู่ที่ 756.25 ล้านบาท
ส่วนพอร์ตการลงทุนภายใต้ชื่อ MR. CHALERMCHAI MAHAGITSIRI มีการถือครองหุ้น 5 บริษัท ประกอบด้วย INOX จำนวน 789,570,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.13% คิดเป็นมูลค่า 386.88 ล้านบาท, PMTA จำนวน 6,543,628 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 6.47% คิดเป็นมูลค่า 60 ล้านบาท
TFI จำนวน 230,116,479 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.37% คิดเป็นมูลค่า 20.71 ล้านบาท, TOPP จำนวน 723,900 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 12.07% คิดเป็นมูลค่า 101 ล้านบาท และTTA จำนวน 153,703,517 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 8.43% คิดเป็นมูลค่า 937.59 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากข้อมูลข้างต้นพบว่ามีหุ้นบางส่วนปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ 7UP,ANI,III,MILL หลังจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ปรับปรุงเกณฑ์การเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหลักทรัพย์ ที่มีสัดส่วนการถือครองหลักทรัพย์ตั้งแต่ 0.5% ของทุนชำระแล้ว แต่ไม่น้อยกว่า 10 รายนั่นเอง
นอกจากนี้ จากข้อมูลดังกล่าว ยังพบว่า “ไฮโซกึ้ง” ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของ RABBIT รองจากกลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS
ล่าสุดผู้ถือหุ้นใหญ่ RABBIT ณ วันที่ 22 มี.ค. 2567 ประกอบด้วยบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดย บลจ. เมธา จำกัด ถือหุ้น 1,380,000,000 หุ้นคิดเป็น 19.87%บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 584,916,952 หุ้นคิดเป็น 8.42% บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 426,410,051หุ้น คิดเป็น 6.14%
นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ 250,000,000หุ้น คิดเป็น 3.60% EAST FOURTEEN LIMITED-DFA EMERG MARKET CORE EQ PORT 62,421,381หุ้น คิดเป็น 0.90%นาย ไชยยันต์ ชาครกุล 59,264,896หุ้น คิดเป็น 0.85% CGS International Securities Hong Kong Limited.47,029,700 หุ้นคิดเป็น 0.68% นาย น้ำ ชลสายพันธ์ 42,004,111 หุ้น คิดเป็น 0.60% นาย เด่นดนัย หุตะจูฑะ 39,410,000 หุ้น คิดเป็น 0.57% และนาย เณศร์ฐิรัช พงษ์นฤสรณ์ 38,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.55%
สำหรับบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า บริการ จำหน่าย และบริหารอย่างครบวงจร สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2566 มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,283.38 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 4,383.86 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนกำไรสุทธิ 1,208 ล้านบาท
ยอดนิยม
THAI เจอมรสุมฉุดราคาหุ้น เหตุมี 19,802 ล้านหุ้น ครบ Silent Period โบรกฯ ชี้เป็นปัจจัยลบระยะสั้น
โบรกฯ หวั่น DELTA โดนหั่นน้ำหนักเหลือ 10% คาดฉุดแรงขายกว่า 1,340 ลบ.
THAI ยังไม่พ้นขีดอันตราย โบรกฯ ชี้หากท่องเที่ยวชะลอ-บาทอ่อน ฉุดกำไรลง 10-20% ราคาหุ้นเหลือ 4 บาท
ตลาดหุ้นไทยยืนหนึ่ง! ปี 69 เงินต่างชาติไหลเข้า ต้นปีซื้อสะสมกว่า 809 ล้านดอลลาร์