จิปาถะ

2 ทางพา ‘ยิ่งลักษณ์’กลับบ้าน ออกกฎหมายนิรโทษฯ - ใช้‘ทักษิณ’โมเดล


17 เมษายน 2567

2 ทางพา ‘ยิ่งลักษณ์’กลับบ้าน ออกกฎหมายนิรโทษฯ -ใช้‘ทักษิณ’โมเดล ไร้คดีค้างเก่า เหลือโทษจำคุก 5 ปี คดีจำนำข้าว

2 ทางพา ‘ยิ่งลักษณ์’กลับบ้าน.jpg

- "ทักษิณ ชินวัตร" จงใจปล่อยข่าว "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เตรียมกลับมาร่วมเทศกาลสงกรานต์ปีหน้า เพื่อส่งสัญญาณไปยัง "บิ๊กเนม" ว่าดีลลับยังไม่จบ
- แนวทางในการพา "ยิ่งลักษณ์" กลับบ้าน หากมองความเป็นไปได้มีเพียง 2 แนวทางเท่านั้น
- ทว่าทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับ "ขั้วขบวนอนุรักษนิยม" จะไฟเขียวให้ใช้แนวทางใด และจะมีข้อต่อรองทางการเมืองเพิ่มเติมใน "ดีลลับ" หรือไม่

สัญญาณชัดจาก “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จงใจให้ข่าวน้องสาว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมกลับประเทศไทยมาทำบุญร่วมกันในเทศกาลสงกรานต์ปีหน้า

ยี่ห้อ “ทักษิณ” หากไม่หวังผลทางการเมือง จะไม่เผยไต๋ให้ไก่ตื่น ท่าที ดังกล่าวบ่งบอกได้ว่า อาจมี “บิ๊กดีล” เกิดขึ้นอีกรอบ แต่เงื่อนไขของ “ยิ่งลักษณ์” กับ “ทักษิณ” แตกต่างกันมาก หากจะกลับมาแล้วอาศัยอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 คงสะเทือนทั้งแผ่นดิน

ปัจจุบัน คดีความของ“ยิ่งลักษณ์” มีโทษจำคุก 5 ปี คือโครงการรับจำนำข้าว โดยคดีนี้เจ้าตัวเดินทางมาศาลเพื่อมาให้ถ้อยคำ และฟังการไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองครบทุกนัด ยกเว้นวันนัดฟังคำพิพากษาที่ไม่มา

ก่อนจะรู้ความเคลื่อนไหวว่า หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ทำให้ศาลฎีกาฯพิพากษาลับหลังจำเลย พร้อมกับออกหมายจับ และอายุความยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน

ส่วนคดีกรณีกล่าวหา “ยิ่งลักษณ์” โยกย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมิชอบ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นหอกเล่มใหญ่ที่ทิ่มแทงเธอมาตั้งแต่ปี 2557 เพราะเป็นคดีที่ทำให้ต้องหลุดจากตำแหน่งนายกฯ จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นหนึ่งในชนวนเหตุรัฐประหารเมื่อ พ.ค. 2557

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ยกฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” ในคดีนี้ เห็นว่าไม่มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ส่งผลให้ “ยิ่งลักษณ์” พ้นบ่วงไปอีก 1 คดี

ล่าสุดถัดมาช่วงต้นปี 4 มี.ค. 2567 ที่ศาลฎีกาฯ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 พิพากษายกฟ้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” และพวกรวม 6 คน ในคดีจัดโรดโชว์ วงเงิน 240 ล้านบาท ซึ่งศาลให้เหตุผลเนื่องจากเป็นการตัดสินใจร่วมกันหลายหน่วยงาน ไม่ใช่การตัดสินใจของอดีตนายกฯ

สถานะของ “ยิ่งลักษณ์” ในตอนนี้ไม่เหลือคดีความอื่นให้เพิ่มโทษ จึงมีเพียงโทษจำคุก 5 ปี จากคดีโครงการรับจำนำข้าวเพียงเท่านั้น

เมื่อ “ทักษิณ” เปิดไทม์ไลน์ “น้องสาว” จะกลับมาร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ในปีหน้า แนวทางพา “ยิ่งลักษณ์” กลับบ้านย่อมมีโมเดลอยู่ในใจ

“สติธร”ฟันธงออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

“ดร.สติธร ธนานิธิโชติ” ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ความเห็นว่า หากให้ง่ายที่สุดในการพา “ยิ่งลักษณ์” กลับบ้าน ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งการให้สัมภาษณ์ของทักษิณ ที่พูดเหมือนกับสไตล์ก่อนได้กลับ เป็นการส่งสัญญาณ และแรงกดดันกลายๆ ว่าการกลับนั้นอยู่ในดีล อย่าลืม จากนั้นค่อยขยับหาวิธีทำกันไป แต่ไม่ได้ง่ายเหมือนทักษิณที่อายุเยอะ ดังนั้นยิ่งลักษณ์จึงมีปัญหาการใช้โมเดล และยากกว่ามาก

“นิรโทษกรรมไม่ได้ยาก แต่ติดคือต้องพ่วง 112 เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ไปด้วย ดังนั้นฝ่ายที่ดีล หากนิรโทษฯ เหลือง แดง หรือกรณียึดสนาม เจ้าหน้าที่รัฐ โอเค แต่มีตัวแปร คือ ก้าวไกล และเยาวชนรุ่นใหม่ที่เกี่ยวกับ 112 ซึ่งไม่ยอมเจ้าหน้าที่รัฐ แต่อีกด้านหากจะนิรโทษฯ แบบตัดตอน ก่อนรัฐประหารปี 57 ตัดช่วงเวลาไป”

แก้เกณฎ์ลดโทษอายุต่ำ60ปีทำยาก

ส่วนประเด็นการแก้ระเบียบกรมราชทัณฑ์นั้นก็ยาก คือ คดีของยิ่งลักษณ์ มีโทษอยู่แล้ว หากจะลดอายุก็ต้องต่ำกว่า 60 ปี สุดท้ายจะทำอะไร กระบวนการยุติธรรมมีแต่เสีย ทุกอย่างยากหมดและชัดเจนเกินไป แต่ถ้าอาศัยให้ง่ายสุด คือ ต้องล้มล้างอะไรบางอย่าง เช่น การบริหารราชการแผ่นดิน แล้วนิรโทษกรรม อีกรอบ

“สุดท้ายเอาเข้าจริง ป่านนี้ก็น่าเห็นร่องรอยว่าทำอย่างไร เพราะกรณีคุณทักษิณ หากย้อนดู มีแก้ระเบียบราชทัณฑ์ ตั้งแต่สมัยคุณสมศักดิ์ (เทพสุทิน) เตรียมการมาเป็นปี แต่คุณยิ่งลักษณ์ ที่เตรียม คือ ปิดคดีที่ยังไม่ถึงที่สุด แต่เหลือที่พิพากษาแล้วซึ่งแก้ไม่ได้”

“ธนพร”มั่นใจใช้“ทักษิณ”โมเดล

“ผศ.ดร.ธนพร ศรียากูล” นักวิชาการด้านกฎหมาย ให้มุมมองแตกต่างและยืนยันว่า “ยิ่งลักษณ์” กลับจริง ซึ่งมี 2 ทาง ที่กำลังพยายามทำกันอยู่ คือ 1.พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่มีอุปสรรคอยู่ เพราะ “ยิ่งลักษณ์” โดนคดีสืบเนื่องจากการทุจริต เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติที่ ป.ป.ช.ส่งฟ้องศาล ซึ่งต่างจากนายใหญ่

“กระบวนการ คสช. ไม่เดินตามปี 49 เป็นกระบวนการปกติ และการจะไปบอกว่านี่เป็นคดีการเมือง เข้าข่ายนิรโทษกรรม จะทำให้คนอื่นอดไปด้วย พร้อมกับตั้งคำถามไปยังข้อกฎหมาย และรวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลที่ติดโทษกัน ดังนั้นข้อนี้ตัดออก”

2.มาแบบ “ทักษิณโมเดล” แม้จะอายุไม่เยอะไม่เจ็บไม่ป่วย แต่วันนี้ “เศรษฐา” เป็นนายกฯ ซึ่งอดีตที่ปรึกษาขอนายกฯปู และส่วนราชการจะไม่รู้หรืออย่างไร ไม่เช่นนั้นนายใหญ่จะอยู่เกิน 120 วันได้อย่างไร เพราะเป็นกฎระเบียบกรมฯไม่ต้องเข้าสภาฯ ดีไซน์ได้ตลอดเวลา

“คุณเศรษฐา พูดถึงกรณีนี้ว่าต้องเป็นไปตามนักโทษคดีการเมือง ดังนั้น กฎระเบียบกรมราชทัณฑ์ อาจต้องปรับใหม่ เพื่อนักโทษคดีการเมือง ไม่ต้องนิรโทษฯ แค่ขอพระราชทานอภัย และใช้หลักการบริหารโทษของกระทรวงยุติธรรม ยกระเบียบใหม่ จำคุกนอก เรื่องสำหรับนักโทษคดีการเมืองเคยแต่โดนรัฐประหาร เพราะของพวกนี้ไม่ต้องเข้าสภาฯ เอาเงื่อนไขที่สองนี้ คุณยิ่งลักษณ์ เลือกสนามบินลงเลย ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ หรือสุวรรณภูมิ”

“นายใหญ่เดินเกมได้ เพราะกลุ่มผู้มีอำนาจเกลียดก้าวไกลมากกว่าเพื่อไทย และมีความเห็นว่าเพื่อไทยไม่ได้เผาบ้าน บ้านโทรมก็ซ่อมเอา เช่น เอาดิจิทัลไปแจก แต่ก้าวไกลถูกมองว่าล้มล้าง เผาบ้าน ยอมไม่ได้ ดังนั้น นายใหญ่จึงเป็นทางเลือกดีที่สุด ผมเคยบอกกับเนชั่นว่านายใหญ่กลับบ้านล้านเปอร์เซ็น วันนี้นายกฯปู ก็ยืนยันแบบเดียวกัน”

“คมสัน”เผยนิรโทษคดีทุจริตไม่ง่าย

“คมสัน โพธิ์คง” รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า ทางวิชาการและทางกฎหมายไม่สามารถพูดอะไรได้ หรือ คาดเดาอะไรได้ เนื่องจากเป็นกรณีที่ไม่ปกติ เพราะกรณีการกลับประเทศไทยของทักษิณ ที่มีคดียังออกมาได้

“หากยิ่งลักษณ์จะใช้วิธีเดียวกับทักษิณ อาจจะไม่ได้ เพราะทักษิณอ้างว่าป่วย แต่ยิ่งลักษณ์อายุยังน้อย หากจะเข้ามาแล้วขอพระราชทานอภัยโทษไม่แน่ใจว่าจะได้หรือไม่ ดังนั้นที่ทักษิณระบุว่าน้องสาวจะกลับมาไทยภายในปีนี้ อาจจะไม่เร็วขนาดนั้น”

ส่วนแนวคิดการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น “คมสัน” เชื่อว่า ไม่น่าจะง่าย เพราะยิ่งลักษณ์ถูกพิพากษาในคดีความผิดทางอาญา ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง และขณะนี้มีคำพิพากษาแล้ว คนที่เกี่ยวข้องกับคดีจำนำข้าว ติดคุกกันหมดแล้ว

“ดังนั้นหากจะนิรโทษกรรมเพื่อเอื้อให้นยิ่งลักษณ์คงยาก ขณะที่แนวของทักษิณที่ใช้นั้นก็ไม่ใช่นิรโทษกรรม แต่เป็นกรณีขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งผมมองว่าโอกาสจะยาก หากยิ่งลักษณ์ใช้ช่องทางเดียวกับทักษิณ และเดินลอยนวลเข้ามา เพราะมีปัจจัย และเงื่อนไขทางการเมือง ทั้งนี้ด้วยเงื่อนไขการเมืองที่ไม่ตรงไปตรงมา สิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน และที่พูดถึงกันว่ามีดีลลับนั้น ก็ไม่มีอะไรที่แน่นอน”

“หากมองในมุมนิรโทษกรรมอาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะเรื่องของยิ่งลักษณ์คือคดีอาญาทุจริตไม่ใช่เรื่องการเมือง และมองว่าหากจะเคลื่อนเรื่องนี้จริง คงยาก ดังนั้นยิ่งลักษณ์ไม่น่าได้กลับบ้านปีนี้ และไม่ใช้แนวทางเดียวกับทักษิณที่กลับมาแล้วไม่ติดคุก เพราะจะสร้างแรงสะเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ขณะเดียวกันหากใช้วิธีขอพระราชทานอภัยโทษอีก จะทำให้สถาบันเสียหาย” คมสัน ระบุ

“คมสัน” มองด้วยว่ากรณีของทักษิณที่กลับมาแบบไม่ติดคุก ไม่ใช่ว่าโทษของคดีนั้นถูกลบล้าง และเขาไม่ยอมติด ขณะที่รัฐบาลเอื้อเต็มที่ ทำให้กลายเป็นกระแสไม่ยอมรับ ดังนั้นหากยิ่งลักษณ์ใช้แนวทางเดียวกัน จะทำให้รัฐบาลเจอภาวะลำบาก ขณะเดียวกันการเคลื่อนไหวของทักษิณที่ไม่ยอมติดคุกและเดินทางไปไหนมาได้ ทำให้กลายเป็นความท้าทายความรู้สึกของคน แม้ทักษิณจะไม่สนใจก็ตาม

ทั้งหมดคือความเห็น ความเป็นไปได้ทางกฎหมายที่ “ทักษิณ” มีโอกาสจะใช้เป็นช่องทางในการช่วย “ยิ่งลักษณ์” กลับบ้าน แต่การเมืองไทยไม่ว่ากฎหมายจะเปิดทางหรือมีเงื่อนไขกำหนดเข้มข้นมากแค่ไหน ย่อมไม่สู้ดีลการเมืองของ “ผู้มีอำนาจ”

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/politics/1122478