เรื่องเด่นวันนี้

SNNP โชว์กำไรปี 66 พุ่งแตะ 636 ลบ.บอร์ดใจดีปันผลอีก 0.25 บ./หุ้น


21 กุมภาพันธ์ 2567
SNNP โชว์ผลดำเนินงานปี 66 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ กำไรพุ่ง 23% แตะระดับ 636 ล้านบาท รายได้รวมโตทะลุเป้า 6,049 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดอีกในอัตรา 0.25 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 7 พ.ค. 67 รวมทั้งปีจ่ายปันผล 0.482 บาท/หุ้น ฟากผู้บริหาร “วิโรจน์ วชิรเดชกุล” เปิดแผนปี 67 มั่นใจรายได้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่กับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ”เจเล่ฟิตต์” (Jele Fitt) บุกตลาด

SNNP โชว์กำไรปี 66 copy.jpg

นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ  บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหชน) (SNNP) ผู้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวของประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2566 มีกำไรสุทธิ 636 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120 ล้านบาท หรือ 23% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ส่วนรายได้รวม 6,049 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 445  ล้านบาท หรือ  8% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 5,604 ล้านบาท

ปัจจัยที่สนับสนุนให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น มาจากแผนการตลาดที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และยอดขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงบริษัทฯ ทยอยออกสินค้าใหม่วางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง และมีการวางกลยุทธ์ทางด้านการตลาด การปรับโฉมสินค้า รวมถึงการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ๆ เพื่อสื่อสารทางการตลาดกับกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ซึ่งมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.25 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พ.ค. 2567 กำหนดจ่ายวันที่ 24 พ.ค. 2567 ทั้งนี้ บริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้วหุ้นละ 0.232 บาท รวมทั้งปีเท่ากับ 0.482 บาท/หุ้น สำหรับผลการดำเนินงานปี 2566

“SNNP เปิดเกมรุก เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Supplementary) ภายใต้แบรนด์ ”เจเล่ฟิตต์” (Jele Fitt) ในรูปแบบเยลลี่รสผลไม้ ที่ถูกพัฒนาเพื่อให้เหมาะกับคนละช่วงวัย แบ่งเป็นสำหรับวัย 20-29 ปี สำหรับวัย 30-39 ปี และสำหรับวัย 40-49 ปี ราคาซองละ  15 บาท (1 ซอง บรรจุ 27 กรัม) วางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ซึ่งจากการวิจัย Jele Fitt จะชนะใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี ในด้านแนวความคิดผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง ทั้งรสชาติสินค้าอร่อย บรรจุภัณฑ์ที่สะดวกพกพาง่าย รูปแบบดีไซน์ที่โดดเด่น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของเจเล่ที่จะเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างแน่นอน” นายวิโรจน์ กล่าว

รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ SNNP กล่าวอีกว่า แนวโน้มการเติบโตของบริษัทฯ มาจากแผนธุรกิจที่ ทางบริษัทฯได้มีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ นอกเหนือจากประเทศเวียดนามที่เป็นประเทศหลัก บริษัทฯยังมองเห็นโอกาสในการทำตลาดในประเทศอื่น เช่น ฟิลิปปินส์, เกาหลี และจีน เป็นต้น และทางบริษัทฯยังคงเฟ้นหาตลาดเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมให้บริษัทฯมีการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น  ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยสนับสนุนการผลดำเนินงานของบริษัทฯให้เติบโต โดยคาดว่าในปี 2567 จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้