เรื่องเด่นวันนี้

HL สุดสตรอง! ตั้งเป้ารายได้ปี 67 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ลุยขยายอีก 20 สาขา – เพิ่มสินค้ามาร์จิ้นสูง


13 กุมภาพันธ์ 2567
บมจ.เฮลท์ลีด (HL) ตั้งเป้ารายได้ปี 2567 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากยอดขายสาขาเดิม และเพิ่มเติมสาขาใหม่อีก 20 แห่ง ฟากซีอีโอ “ธัชพล ชลวัฒนสกุล” ลั่นอัพมาร์จิ้นได้จาก สินค้านวัตกรรมที่ออกใหม่ในปีนี้ พร้อมร่วมโครงการสปสช. ทั้งรับยาฟรี 16 กลุ่มอาการ และรับยาใกล้บ้าน Model 3 ล่าสุดรับอานิสงส์มาตรการ Easy E-Receipt หนุนผลงาน Q1/67 สดใส 

HL สุดสตรอง! copy.jpg

นายธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน โดยมาจากการเติบโตจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG : Same Store Sales Growth) และยอดขายจากสาขาใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นอีก 20 สาขาในปีนี้ ภายใต้แบรนด์ ร้านขายยา iCare, Pharmax, vitaminclub และ Super Drug ส่งผลให้ปี 2567 บริษัทฯ จะมีสาขารวม 70 สาขาทั่วประเทศ 

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ วางแผนเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ด้วยการเพิ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง รวมทั้งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการพัฒนาสินค้านวัตกรรมกว่า 10 รายการ ปัจจุบันเริ่มวางตลาดแล้ว เช่น สเปรย์สลายกลิ่นเอนกประสงค์ รวมทั้งนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้ามาจำหน่าย เป็นต้น 

ขณะเดียวกัน ได้ร่วมกับสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ในโครงการอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มอาการรับยาไม่มีค่าใช้จ่าย Common illness และโครงการรับยาใกล้บ้าน Model 3  ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ และเพิ่มจำนวนลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการในร้าน 

ขณะที่ในไตรมาส 1/2567 บริษัทฯ ยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการ Easy E-Receipt ที่ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีปี 2567 (ยื่นปี 2568) ได้สูงสุด 50,000 บาท โดยซื้อสินค้าหรือบริการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2567 กับร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Tax Invoice 

“ปี 2567 เฮลท์ลีด ตั้งเป้ารายได้โตไม่ต่ำกว่า 10% โดยจะมาจากยอดขายสาขาเดิม และการเพิ่มสาขาใหม่ 20 สาขา เพิ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง รวมทั้งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ รวมทั้งได้ร่วมกับสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ในโครงการอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มอาการรับยาไม่มีค่าใช้จ่าย และโครงการรับยาใกล้บ้าน Model 3  ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งในระยะยาว นอกจากนี้ยังได้รับผลดีจากมาตรการ Easy E-Receipt ที่จะสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาส 1/2567 ให้เพิ่มขึ้นด้วย” นายธัชพล กล่าว
HL