กระดานข่าว

DOD กลับมาท็อปฟอร์ม Q3/66 กำไร 10.49 ลบ. พุ่ง 3,396.67 %


12 พฤศจิกายน 2566

บมจ. ดีโอดี ไบโอเทค หรือ “DOD” กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง หลังงบไตรมาส3/2566 มีรายได้จากการขาย 199.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.66% กำไรจากการดำเนินงาน 19.74 ล้านบาท เติบโต472.17% และกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 10.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,396.67 % (YoY) เป็นผลมาจากกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนฐานลูกค้า เพื่อกระจายความเสี่ยงในการขาย และการรับรู้รายได้จาก AWL ที่เข้ามาอย่างโดดเด่น ซึ่งสามารถสร้างผลกำไรจากการดำเนินงาน 2 ไตรมาสติดต่อกัน ด้านรักษาการ CEO “ต่อลาภ ไชยเชาวน์” ส่งซิกข่าวดี ไตรมาส 4 นี้ จะพีคสุดของปี หลังยอด Repeats หรือ ยอดการสั่งผลิตซ้ำพุ่ง 50 - 60% ของยอดขายทั้งหมดต่อเดือน ขณะที่ออเดอร์ผลิตสินค้าใหม่ๆยังคงเสริมทัพต่อเนื่อง ขานรับอานิสงส์ไฮซีซั่นของธุรกิจ หนุนผลงานทั้งปี 2566 เทิร์นอะราวด์ตามแผน

DOD_Torlap.jpg

นายต่อลาภ ไชยเชาวน์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ผู้รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า เปิดเผยว่า จากการปรับโครงสร้างของกิจการในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯมีกำไรจากการดำเนินงาน และกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งไตรมาสที่ 3 นี้ ก็ยังมีรายได้จากการขาย อัตรากำไรขั้นต้น กำไรจากการดำเนินงาน และกำไรของบริษัทใหญ่เติบโตขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ (QoQ)

โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งมุ่นเพิ่มศักยภาพของกลุ่มบริษัท โดยการลงทุนในบริษัท สยาม เฮอเบิล เทค จำกัด เพื่อผลิตสารสกัดสำคัญเพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมและขยายธุรกิจใหม่ และมุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์สินค้าของตนเองต่อไป อีกทั้งยังทยอยรับรู้รายได้จาก บริษัท ออสเวลไลฟ์ จำกัด (AWL) จากการนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วิตามินและอาหารเสริมที่ผลิตในประเทศออสเตรเลีย ภายใต้แบรนด์ “Auswelllife” โดยมีสินค้าที่ขายดีคือ 1. AWL DHA algal oil 2. AWL Colostrum และ 3. AWL Royal Jelly ที่ได้มีการขายผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการกระจายตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

จากความมุ่งมั่นดังกล่าว สะท้อนให้เห็นจากผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2566 มีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขาย 199.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.50 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากบริษัทมีการปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเพื่อกระจายความเสี่ยงในการขายเพิ่มมากขึ้น ขณะที่กำไรขั้นต้น อยู่ที่ 85.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.51 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 93.81% ตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่เพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 43% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการขายสินค้าภายใต้แบรนด์ Auswelllife ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

สำหรับกำไรจากการดำเนินงาน 19.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.29 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 472.17% (YoY) เนื่องจากรายได้จากการขาย และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสำหรับงวดการดำเนินงานต่อเนื่อง 17.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.01 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 229.64%

ส่งผลให้มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 10.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.19 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 3,396.67% (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่องที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ นายต่อลาภ ยังได้กล่าวถึงภาพรวมในไตรมาส 4/2566 ว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/2566 จะเป็นไตรมาสที่มีการเติบโตสูงสุดของปี เนื่องจากไตรมาสดังกล่าว เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทำให้ยอดขายของผู้ประกอบการในกลุ่มกลับมาคึกคัก ประกอบกับช่วงเดือนธันวาคม ผู้ประกอบการจะมีการออกแคมเปญส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขาย ส่งผลให้ยอดออเดอร์ในการสั่งผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ 

“ออเดอร์จากโปรดักส์ใหม่ๆ ในปัจจุบันมีเข้ามาต่อเนื่องทุกๆเดือน ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิม และกลุ่มลูกค้าใหม่ ประกอบกับสัดส่วนของยอด Repeats หรือยอดการสั่งผลิตซ้ำของลูกค้าเดิม มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง  หนุนให้ออเดอร์การผลิตยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายจาก 2 กลุ่มหลักๆ 1.ยอดขายที่เกิดจากการสั่งผลิตซ้ำจากลูกค้าเดิม ปัจจุบันมีสัดส่วน 50 - 60% ของยอดขายทั้งหมดต่อเดือน และ 2.ยอดขายจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ปัจจุบันมีสัดส่วนที่ประมาณ 20 - 30% ของยอดขายทั้งหมดต่อเดือน โดยมีกลุ่มลูกค้าที่อยู่ระหว่างการขั้นตอนพัฒนาสูตร R&D อีกกว่า 30-40 ราย ทั้งนี้หากมีการพัฒนาสูตรแล้วเสร็จ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ก็มีเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเชื่อว่าจะมียอด Repeat ต่อเนื่องในอนาคต”

ส่วนผลิตภัณฑ์วิตามินและอาหารเสริมจาก ออสเวลไลฟ์ (AWL) ภายใต้แบรนด์ “Auswelllife”นั้น  ยังมีทิศทางของยอดขายที่ดีขึ้นต่อเนื่อง และยังคงรักษายอดขายได้อย่างมีเสถียรภาพ หนุนให้ภาพรวมของ ผลการดำเนินงานของ DOD ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ดังนั้นจากแผนและทิศทางการขับเคลื่อนของบริษัทฯ จึงเชื่อว่าภาพรวมของผลการดำเนินงานในปี 2566 นี้ จะเทิร์นอะราวด์ได้ตามแผนงานที่วางไว้ โดยเริ่มเห็นได้จากการส่งสัญญาณเชิงบวกช่วง 2 ไตรมาสติดต่อกันในช่วงที่ผ่านมา

DOD