
เรียกได้ว่าแผนการระดมทุนของ SpaceX ถือเป็นตัวจุดกระแสให้นักลงทุนหันมาให้ความสนใจการลงทุนในหุ้นหรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการสำรวจและผลิตยานอวกาศไม่ใช่น้อย ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับนักลงทุนก็สามารถลงทุนได้ ด้วยผ่านกองทุนรวมที่มีธีมการลงทุนดังกล่าวด้วยเช่นกัน
โดยในตอนนี้ก็มีถึง 3 กองทุน จาก 3 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ให้นักลงทุนได้เลือกสรร เริ่มกันที่ กองทุนเปิด แอล เอช สเปซ อีโคโนมี หรือ LHSPACE-A ซึ่งจะมีกองทุนหลักเป็น Neuberger Berman Next Generation Space Economy Fund
สำหรับตัวนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักจะลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและการใช้งานอวกาศทั่วโลก โดยกระจายการลงทุนในหุ้น 53 ตัว ในหลายธุรกิจ เช่น ดาวเทียม, เทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอื่นๆ ช่วยกระจายความเสี่ยง
ต่อมาอีกกองก็คือ กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส สเปซ อินโนเวเตอร์ส หรือ A-JEDI ที่จะนำเงินเข้าลงทุนในกองทุน VanEck Space Innovators UCITS ETF เป็นหลัก ซึ่งมีนโยบายการลงทุนที่จะเน้นลงทุนแบบ Pure Play ในกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับธุรกิจอวกาศทั่วโลกจำนวน 25 ตัว
และสุดท้ายกองน้องใหม่ อย่าง กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง สเปซ อินโนเวเตอร์ อิควิตี้ หรือ X-SPACE ที่ในปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอขาย (IPO วันที่ 4-10 มิ.ย. 2569) โดยเปิดโอกาสให้ลงทุนในเศรษฐกิจอวกาศ และ SpaceX ก่อน IPO ผ่านกองทุนหลัก Tema Space Innovators ETF (NASA)
โดยข้อแตกต่างจาก 2 กองทุนข้างต้นก็คือ จะเป็นการบริหารแบบ Active Management ซึ่งจะเริ่มจาก Universe การลงทุนทั่วโลกกว่า 50,000 หลักทรัพย์ คัดกรองเหลือประมาณ 200 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศ และผ่านกระบวนการวิเคราะห์ทั้ง Top-down และ Bottom-up สร้างพอร์ดการลงทุนประมาณ 30-60 บริษัท ที่มีศักยภาพเติบโดสูง%20copy.jpg)