รายงานพิเศษ : PTG ปรับเกมสู้วิกฤตพลังงานโลก ดันธุรกิจ Non-Oil โต ลดพึ่งรายได้น้ำมัน “กาแฟพันธุ์ไทย” ตัวแปรสำคัญหนุนอนาคต

ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน PTG เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่โมเดลที่มีความสมดุลมากขึ้น ผ่านการขยายธุรกิจ Non-Oil โดยมี “กาแฟพันธุ์ไทย” เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และการเติบโตระยะยาว
ภาพรวมกำไรขั้นต้นเติบโต ตอกย้ำพื้นฐานแกร่ง
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) กล่าวว่า จากความไม่สอดคล้องในเชิงเวลาระหว่างต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันในประเทศ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 มีผลขาดทุนสุทธิ 174 ล้านบาท เทียบ YoY ที่มีกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท หรือขาดทุน 194% จากปีก่อน แต่สัดส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังเติบโต 6.1% จากปีก่อนโดยธุรกิจ Oil มีกำไรขั้นต้นลดลง 15.9% จากปีก่อน และ 19.2% จากไตรมาสก่อน เป็น 2,267 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อลิตรลดลง 20.1% จากปีก่อน และ 20.3% ไตรมาสก่อน
ส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 56,832 ล้านบาท ลดลง 1.0% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.2% ไตรมาสก่อน มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการธุรกิจ Oil มีจำนวน 50,312 ล้านบาท ลดลง 3.4% จากปีก่อน เป็นผลจากราคาค้าปลีกน้ำมันเฉลี่ยหน้าสถานีบริการที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามรายได้ธุรกิจ Oil ฟื้นตัวได้ 0.3% ไตรมาสก่อน จากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางที่เพิ่มขึ้น 1.5% ไตรมาสก่อน
กาแฟพันธุ์ไทย นำทัพ Non-Oil โดดเด่น
ธุรกิจ Non-Oil ของ PTG ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50.6% จากปีก่อน และ 5.7% ไตรมาสก่อน สู่ระดับ 2,001 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างกาแฟพันธุ์ไทย ที่มีการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นมากกว่า 80% จากปีก่อน จากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales Growth: SSSG) ส่งผลให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก Non-Oil ขยับขึ้นสู่ระดับ 46.9% ของกำไรขั้นต้นรวม สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่ต่อเนื่องของบริษัทฯ สู่พอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและยืดหยุ่นต่อความผันผวนของตลาดพลังงานมากยิ่งขึ้น
ส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการธุรกิจ Non-Oil ในไตรมาส 1/2569 มีจำนวน 6,520 ล้านบาทเติบโต 22.1% จากปีก่อน ซึ่งมาจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 1,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.1% จากปีก่อน และ 8.8% ไตรมาสก่อน โดยจำนวนสาขากาแฟพันธุ์ไทย ณ สิ้นไตรมาส มีจำนวนสาขาอยู่ที่ 2,308 สาขา เพิ่มขึ้น 56.4% จากปีก่อน หรือคิดเป็น 832 สาขา เทียบเท่ากับอัตราการขยายสาขามากกว่าสองสาขาต่อวัน และเพิ่มขึ้น 7.3% ไตรมาสก่อน หรือ 157 สาขา อย่างไรก็ดีกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil คิดเป็นสัดส่วน 46.9% ของกำไรขั้นต้นรวม โดยแบ่งเป็น กำไรขั้นต้นจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย 22.5% ธุรกิจก๊าซ LPG 9.5% และธุรกิจอื่น ๆ อีก 14.9%
คงเป้าปี 69 Non-Oil เติบโต 30-40%
บริษัทฯ ยังคงเป้ารายได้ธุรกิจ Non-Oil ปี 2569 เติบโต 30-40% จากปีก่อน และรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil ให้อยู่ที่ระดับ 40-45% ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ส่วนธุรกิจ Oil ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสเงินสดและเสถียรภาพให้แก่กลุ่มบริษัท โดยบริษัทฯ ยังคงเป้าหมายปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางในปี 2569 ตามเป้าที่ระดับ 3%–5% จากปีก่อน แม้อยู่ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและตลาดพลังงานที่ยังมีความผันผวน
ชูจุดยืนเคียงข้างคนไทย ผ่าน "Powering Thai Lives”
บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้โครงสร้างกลยุทธ์ "Powering Thai Lives: Everywhere · Everyday · Everyone" อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจ Oil และ Non-Oil ภายใต้ฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านราย เพื่อเพิ่มความถี่การใช้บริการและมูลค่าต่อลูกค้าภายในระบบนิเวศ Max World พร้อมมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงดำเนินต่อไป และยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกมิติของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินทาง อาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงบริการด้านยานยนต์และพลังงานสะอาด ภายใต้วิสัยทัศน์ "อยู่ดี มีสุข" ที่สะท้อนความตั้งใจของบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาในชีวิตของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน