เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-05-14 15:01:23
  • 1266

ถอดบทเรียนทีวีดิจิตอล...อยู่ต่อใช้จะรอด!

ถอดบทเรียนทีวีดิจิตอล

By…โรนิน

 

สัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่อง “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” ของคนสื่อ และอดีตคนที่เคยทำอาชีพสื่อ คงหนีไม่พ้น การคืนไลเซนส์ของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล หลัง กสทช. เผยรายชื่อเอกชนที่ถอดใจคืนใบอนุญาต 7 ช่อง ประกอบด้วย 1.ไบร์ททีวี ช่อง 20  2.ว้อยซ์ ทีวี ช่อง 21 3.MCOT family ช่อง 14 4.สปริงนิวส์ ช่อง 19 5.สปริงนิวส์ ช่อง 26 (Now เดิม) 6.ช่อง 3 Family 13 และ 7.ช่อง 3 SD 28 ส่งผลให้ทีวีดิจิตอลเหลือ 15 ช่อง

 

ย้อนหลังกลับไปในช่วงปลายปี 2556 ผู้ประกอบการเอกชน แห่เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง มูลค่ารวมกว่า 50,862 ล้านบาท เคาะราคากันแบบไม่ยั้ง  สูงกว่าราคากลางเกือบ 10 เท่า

 

หลายคนฝันหวานกับเม็ดเงินโฆษณาที่มีมูลค่ามหาศาลราว 90,000-100,000 ล้านบาทต่อปี

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เคาะราคากันแบบไม่ยั้งมือ

 

ไม่ถึง 2 ปี ช่องไทยทีวี และช่องโลกา “จอดับ” ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 หลังไม่สามารถจ่ายค่าใบอนุญาตให้กับ กสทช. ได้ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2558 โดยไทยทีวีเป็นคนตัดสัญญาณด้วยตัวเอง พร้อมกับให้เหตุผลว่า สาเหตุหลักมาจาก กสทช. ไม่สามารถเดินตามแผนแม่บทที่วางไว้ ทำให้ประสบปัญหาขาดทุน

 

ต้องยอมรับว่า ในช่วงแรกของการเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านทีวีอนาล็อก สู่ทีวีดิจิตอล กสทช.ไม่สามารถดำเนินตามที่ให้คำมั่นสัญญากับผู้ประกอบการเอกชนได้ สัญญาณช่องไม่สามารถกระจายทั่วประเทศ ทำให้เป็นปัญหากับการขายโฆษณา กดดันรายได้ไม่เป็นไปตามเป้า

ร้อนถึง คสช. ต้องประกาศใช้อำนาจมาตรา 44 ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ด้วยการเปิดให้คืนใบอนุญาตและยกเว้น การชำระค่างวดประมูลใบอนุญาตในงวดที่ 5 และงวดที่ 6 รวมเป็นเงินกว่า 13,622 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของยอดเงินประมูลทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ต่างประสบปัญหาขาดทุน “อย่างหนัก”

 

มาดูกันว่า เกิดอะไรขึ้นกับผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำไมถึงได้ถอดใจคืนไลเซนส์

 

ไล่เรียงตั้งแต่ BEC MCOT NEWS NMG ต่างขาดทุน “บักโกรก” ตั้งแต่ปี 2557-2561 บ้างกำไรที่เคยเป็นบวกนับพันล้านบาท พลิกขาดทุน ยกตัวอย่างช่อง 3 หรือ BEC ที่เคยกำไรสูงถึง 4,514.43 ล้านบาท ในปี 2557 พลิกเป็นขาดทุนกว่า 330 ล้านบาท เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่จัดตั้งบริษัท ส่วน NEWS ไม่ต้องพูดถึง “ขาดทุน” ต่อเนื่อง

 

มากันที่ค่ายเนชั่น หรือ NMG ที่ถอดใจคืนช่อง NOW ขาดทุนสะสมกว่า 2.6   พันล้านบาท

 

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

ทีวีดิจิตอลถอดใจ...คืนไลเซ่นส์

2557

2558

2559

2560

2561

BEC

4,514.43

2,982.71

1,218.29

61.01

-330.18

MCOT

480.85

57.81

-734.89

-2,542.35

-375.72

NEWS

-561.92

-605.71

-1,502.25

-567.67

-270.65

NMG

70.09

35.58

-1,102.85

-2,156.49

-345.36

หน่วย : ล้านบาท

 

ส่วนช่องทีวีดิจิตอลที่ยังอยู่และ “สู้ต่อ” แม้ผลประกอบการเริ่มจะฟื้นตัว แต่บางค่ายก็ยังน่าเป็นห่วง ที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ก่อนใครคงเป็น RS ที่ปรับโครงสร้างธุรกิจก่อนใคร โดยปรับโมเดลธุรกิจเข้าสู่คอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ ทั้งในส่วนของโฮมช้อปปิ้ง สื่อทีวีดิจิตอลช่อง 8 เพลง และอีเวนท์  ขณะที่ AMARIN ผลการดำเนินงานปี 2561 เริ่มพลิกกลับมามีกำไร 172  ล้านบาท

 

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี

หุ้นทีวีดิจิตอล...อยู่สู้ต่อ

2557

2558

2559

2560

2561

AMARIN

-85.17

-417.15

-628.12

-163.94

172.68

GRAMMY

-2,213.68

-1,145.48

-540.15

-384.26

15.43

MONO

42.89

-486.57

-249.55

58.17

-193.27

RS

397.62

121.63

-102.15

332.86

516.04

WORK

26.37

163.66

198.63

904.09

345.3

หน่วย : ล้านบาท

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นจาก กสทช. ได้รับการเยียวยาเรียบร้อย

 

มองกลับมาที่ภาพของสื่อ...ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล คงต้องยอมรับเช่นกันว่า ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ทุ่มเงินประมูลเกินตัว เพื่อขยายอาณาจักร ขณะที่สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ ก็วิเคราะห์สินเชื่อผิดพลาดเช่นกัน

 

จะไปโทษการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อันเนื่องมาจากเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Disruption เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะแพลทฟอร์ม ธุรกิจสื่อ “เปลี่ยนไป๋” แต่ถ้าคอนเทนท์ มีคุณภาพ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ เชื่อว่าเม็ดเงินโฆษณา ตามมาแน่นอน

 

ถามว่าในช่วงที่ผ่านมา หลังการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล มีการแย่งชิงบุคลากรที่ว่ากันว่า คนคุณภาพ ฝีมือขั้นเทพ แล้วผลงานที่นำออกมาให้คนเสพ เทพตามนั้นหรือไม่ นอกเสียจากการนำข้อมูลจากโลกโซเชียล เฟสบุ๊ค มาเล่าข่าวให้คนเสพ ทุกช่อง ข่าวแทบไม่มีความแตกต่าง ถ้าจะบอกว่าต่าง ก็ต่างกันที่ดาราหน้าจอ คนเล่า ก็เท่านั้น ข่าวในเชิงตรวจสอบ รายการสร้างสรรค์ ยากที่จะได้เห็น

 

ไม่แปลกที่จะเห็นผู้บริโภคหันไปเลือกดูคอนเทนท์ผ่านแพลทฟอร์มอื่น ผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านแอพพลิเคชั่น หรือผ่านอินเตอร์เน็ต

 

การยืนหยัดสู้ต่อของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล หากไม่ยอมปรับคอนเทนท์ใหม่ หรือสร้างจุดต่างให้ชัด ก็ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ต่อได้นานแค่ไหน เพราะทุกวันนี้ ผู้บริโภคเป็นคน “เลือก” เสพ ไม่ใช่คนที่ถูก “บังคับ” ให้เสพ และพร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาเสมอ หากไม่รีบปรับตัวรอดยาก!!!!

 

  • ผู้โพสต์ chisanupong
  • 2019-05-14 15:01:23
  • 1266

ผู้สนับสนุน