Social
พี่รวย... มองตลาด
Thuesday 06 Dec,2018 00:05 / 13 day ago

<< View all articles


ดาวโจนส์ร่วง 799 จุด...เอาไงดี

พี่รวย..มองตลาด (6 Dec 18)

 


ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดร่วงลงมา 799 จุดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. และในวันต่อมา (5 ธ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐก็ปิดทำการเนื่องเป็นวันหยุดเพื่อไว้อาลัยการเสียชีวิตของนาย “จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช” อดีตประธานาธิบดีคนที่ 41 ของสหรัฐฯ ซึ่งมันก็ดันเป็นจังหวะต่อเนื่องกับวันหยุดของไทยเนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติด้วยเช่นกัน มันก็เลยกลายเป็นว่าในวันนี้ (6 ธ.ค.) ตลาดหุ้นไทยยังต้องรับแรงกดดันจาการที่ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ร่วงแรงในครั้งนี้อยู่ดี

 

สาเหตุที่ทำให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ร่วงหนักก็เนื่องมาจาก “ผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 2 ปี (ระยะสั้น) ของสหรัฐ ดันมีมากกว่าผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว (5 ปี)” ซึ่งว่ากันว่าไอ้เรื่องแบบนี้มันมีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ขึ้นมา “มีอย่างที่ไหนที่ฝากเงินในช่วงเวลาสั้นๆแต่ได้เงินมากกว่าเงินฝากระยะยาว” แบบนี้มันจะมีใครยอมทิ้งเงินไว้กับคนอื่นนานๆเพื่อเอาดอกเบี้ยที่น้อยๆกันครับ แบบนี้ถ้าไม่เกิดการดึงเงินออกมาเพื่อเอามาเก็งกำไรก็แปลกเกินไปหละ ขณะเดียวกันก็มีประเดนเรื่องมีคนไม่มั่นใจว่าเรื่องการเจรจาเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนและอเมริกาว่าจะประสบความสำเร็จได้เพราะฝ่ายของคณะผู้แทนจากฝั่งอเมริกาก็ดันเป็นพวกหัวแข็งซะด้วย..

 

และเมื่อทุกอย่างที่เคยดูเหมือนจะดีกลับ “ล่มปากอ่าว” กันง่ายแบบนี้ นักลงทุนไทยจะทำอย่างไรกันดี...

ตัวเลือกแรก...ถ้าใจถึงสักหน่อย บอกได้เลยว่า “แบบนี้มันต้องสวน” เพราะสำหรับตลาดหุ้นไทย บอกได้คำเดียวว่าจังหวะนี้ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว ยังไงหุ้นมันก็ต้องขึ้น...เพราะถ้าหุ้นไม่ขึ้นก็หมายความว่ารัฐบาลทำงานไม่ได้เรื่องจนอาจทำให้คะแนนเสียงที่คาดว่าจะนำพาให้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งต้องเสียหายลงไป

ว่าแต่จะสวนแบบไหนถึงจะได้เงิน..???

    1. ในกรณี DW ถ้าในซื้อทันก็คงต้อง Put (P) กันไว้ก่อน..ว่าแต่มันจะทันได้ยังไงกันหละครับ เพราะผมเชื่อว่าแค่เปิดตลาดขึ้นมาดัชนีก็ทิ้งดิ่งอย่างแน่นอน ดังนั้นที่ทำได้ก็คง            แค่ Put ตามน้ำกินสั้นๆกันไป แล้วหาจังหวะเก็บ Call (C) เพื่อรอกินตอนหุ้นเด้ง แต่ทั้งนี้ต้องแนะนำว่าต้องเกาะหน้าจอกันดีๆหน่อยนะครับ อย่าคาดสายตากันเลยทีเดียว

    2. ในกรณีหุ้นกับวอแรนท์ ก็คงต้องหาจังหวะเก็บของถูกกันอย่างเดียว..ตัวไหนดีตัวไหนเด่นก็ลุยกันตามสะดวกเลยครับ

 

ตัวเลือกที่สอง..ผมว่านั่นดูเฉยๆก็ดีนะครับ เพราะการไม่ลงทุนก็คือการลงทุนอย่างหนึ่ง..ของที่เราคิดว่าถูกแล้วมันก็อาจจะถูกยิ่งกว่าเมื่อเราจ่ายเงินซื้อช้าลง ประมาณว่า “ช้าๆได้พร้าเล่มงาม" อย่างไรก็ตาม..นาทีนี้ตลาดหุ้นไทยไม่มีความแน่นอน บรรดาเซียนใหญ่ๆหลายคนต่างก็พากันสายหัว..หรือแม้แต่นักลงทุน VI (Value Investment) ก็กลายมาเป็นพวก VI (Very Insider_ตั้งทีมไปขอหุ้นมาปั่น หรือไปขอข่าววงใน) แทนกันหมดแล้วครับ

 

นาทีนี้บอกได้คำเดียวว่า “ตาดีได้ตาร้ายเสีย” อารมณ์การลงทุนตลาดหุ้นชักจะเหมือนอารมณ์เข้าบ่อนเข้าไปทุกทีแล้วครับ (ฮา)

  • 708