News
GUNKUL กดปุ่ม COD "โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม เซ็นได"กำลังผลิต 38 MW ดันรายได้เพิ่มขึ้น 400 ลบ.ต่อปี / หนุนกลุ่มบริษัทฯ เติบโตแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
November 02, 2018 9:51 AM

บมจ.กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เดินเครื่องสตาร์ท "โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม เมืองเซ็นได" ขนาดกำลังการผลิต 38 เมกะวัตต์ 1 พฤศจิกายนนี้     หนุนรายได้เพิ่มขึ้นอีก 400 ลบ.ต่อปี เมื่อหักค่าใช้จ่ายและภาษีจะได้รับเงินกลับมาในรูปปันผลประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี  "โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์" เผยต่อจากนี้กลุ่มบริษัทจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น จากธุรกิจพลังงานทดแทน  หวังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน  มั่นใจปีนี้รายได้โตเกิน 30% ตามเป้า ส่วนกำไรปรับตัวดีกว่าปีที่ผ่านมา จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงมีงานใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ โครงการรับเหมายังมีงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (GUNKUL) เปิดเผยว่า  วันนี้ ( 1 พ.ย.61)   โครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ ประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิต 38 เมกะวัตต์  ได้ดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นอีก 400 ล้านบาทต่อปี เมื่อหักค่าใช้จ่ายและภาษีจะได้รับเงินกลับมาในรูปปันผลประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี  

สำหรับ โครงการดังกล่าว ได้รับสัมปทานการในการขายไฟฟ้าให้แก่ Tohoku Electric เป็นระยะเวลา 20 ปี ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ feed-in tariff (FIT) หน่วยละ 36 เยน (ประมาณ 10 บาท) และยังมีสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวตลอดระยะเวลาสัมปทาน 20 ปี

ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า ที่ผ่านมาธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องได้ อย่างมั่นคง จากโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มทั้งในและต่างประเทศ   รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโครงการโรงไฟฟ้าที่ติดตั้งบนหลังคา (GRoot) ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวมกันแล้วประมาณ 550 เมกะวัตต์   ซึ่ง ณ สิ้นปีนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เข้าระบบประมาณ 330 เมกะวัตต์ ทำให้มั่นใจว่ารายได้รวมในปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 30% ตามเป้าหมายที่วางไว้ และกำไรดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา  โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าในปี 2564 จะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ครบ 1,000 เมกะวัตต์ตามเป้าหมาย

“บริษัทฯ  มีความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทนที่ดำเนินการอยู่  เห็นได้จากที่ผ่านมาธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น โดยจากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหางานใหม่ๆ เพิ่ม ทั้งในส่วนของโซลาร์ฟาร์ม รวมถึงพลังงานลม และมีความเชื่อมั่นว่าต่อจากนี้กลุ่มบริษัทฯ จะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างศึกษาเข้าลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะที่ต่างประเทศ เพื่อทำให้กลุ่มบริษัทฯก้าวเข้าสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ที่สำคัญทำให้รายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทฯ ปรับเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน "คุณโศภชากล่าวในที่สุด